ถึงอะไรสักอย่างเลย ระหว่างที่นั่งส่วนใหญ่ก็มโนภาพแปลกประหลาดในหัวไปเรื่อยเปื่อยเวลาประมาณเจ็ดโมงเช้า ลินดาเตรียมอาหารเช้าไว้เรียบร้อยแล้ว เย่ฮวาจึงขับรถไปหากวาจื่อและหลิวหลีที่ห้องเช่าตอนที่เคาะประตูห้องอยู่ครู่หนึ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าหลิวหลีจะเดินมาเปิดประตูเร็วขนาดนี้ เธอสวมใส่ด้วยชุดนอนสีเหลืองอ่อน หลังจากเห็นเขาเธอจึงยิ้มให้เขาด้วยรอยยิ้มหวานหยดย้อย “มาแล้วเหรอหัวหน้า”เย่ฮวาพยักหน้าและเดินเข้าไปด้านใน หลังจากวางอาหารไว้บนโต๊ะจึงเอ่ยถามว่า “กวาจื่อยังไม่ตื่นเหรอ?”เธอหน้าแดงขณะก้มหน้าตอบ “ไม่รู้สิ”เมื่อเห็นท่าทางของเธอ เย่ฮวาจึงหรี่ตามองปราดหนึ่งและเดินไปที่หน้าประตูห้องกวาจื่อ หลังจากเคาะประตูเสียงของกวาจื่อจึงดังออกมาจากด้านใน “เข้ามา”เย่ฮวาเปิดประตูเข้าไป ตอนที่กำลังจะเดินเข้าห้องก็พบว่าภายในห้องยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงอาทิตย์ที่เล็ดลอดเข้ามาทางหน้าต่างและสาดส่องลงบนร่างกายของกวาจื่อกวาจื่อยืนหันหลังให้เขา บนตัวของเขาสวมใส่ด้วยเสื้อกล้ามสีขาว บนบ่ามีชุดสูทพาดอยู่ นอกจากนี้ยังมีกางเกงสีแดงตัวใหญ่และรองเท้าแตะขาดรุ่งริ่งอีกหนึ่งคู่สภาพของหมอนี่ทำให้เขาไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ ตอนที่เขากำลังจะอ้าปากพูด จู่ๆ กวาจื่อก็พูดโพล่งขึ้นว่า “ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น!”เย่ฮวารีบปิดปากสนิท กวาจื่อถอยหลังมาก้าวหนึ่งเพื่อเข้าใกล้เย่ฮวา จากนั้นพูดอย่างช้าๆ ว่า “ฉันพิจารณาอย่างถี่ถ้วนเกี่ยวกับ