่งแล้ว”“นายเลิกทำให้ฉันรู้สึกขนลุกสักทีเถอะ”ทุกคนต่างพากันหัวเราะด้วยความขบขัน บรรยากาศค่อยๆ สนุกสนานขึ้น ช่วงนี้กวาจื่อต้องพักฟื้นนอนบนเตียง หลิวหลีบอกกับทางบ้านแล้วว่าอาจจะอยู่ค้างที่นี่อีก2-3 วันเยว่เอ๋อร์เตือนให้หลิวหลีระมัดระวังตัวเอง กลางคืนให้ล็อกประตูห้องแน่นหนา จะได้ไม่ถูกกวาจื่อหนุ่มโสดจอมหิวโหยหลอกแต๊ะอั๋งกวาจื่อเกาท้ายทอยพร้อมหัวเราะหึหึ ปากก็พร่าด่าเยว่เอ๋อร์ที่ไม่เข้าใจคนแบบเขาทั้งยังพูดให้เขาได้รับความอับอายเสื่อมเสียไปถึงจิตวิญญาณแห่งความเป็นชายท้ายที่สุดเขาก็ถูกทุกคนต่อว่าถึงความ “ไร้ยางอาย”หลังจากทุกคนนั่งพูดคุยกันจนถึงสองทุ่ม เมื่อเก็บกวาดเช็ดถูเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจึงบอกลากวาจื่อและหลิวหลีและเดินทางกลับบ้านเยว่เอ๋อร์กลับมาถึงบ้านก็เอนตัวลงบนโซฟา “พี่เย่ฮวาสังเกตเห็นหรือเปล่า ฉันว่าอาหลีมองกวาจื่อด้วยสายตาแปลกๆ”“หา?”เย่ฮวายิ้ม “แปลกยังไง?”เยว่เอ๋อร์บุ้ยปาก “บอกไม่ถูกเหมือนกัน แต่คล้ายกับสายตาของมู่จื่อหานที่มองนายเมื่อก่อนนั่นแหละ คงจะชอบกวาจื่อแล้วล่ะมั้ง”“พรวด……”เย่ฮวาเลือดกำเดาแทบพุ่ง “พูดจริงพูดเล่นเนี่ย?”คนแบบกวาจื่อเนี่ยนะจะมีคนชอบ? คำพูดนี้ทำให้เขาไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเลยเยว่เอ๋อร์ยิ้ม “อันที่จริงเมื่อคืนตอนที่กวาจื่อปกป้องพวกเราสามคน หมอนั่นเท่มากเลยนะ หลิวหลีกับกวาจื่อก็โสดกันทั้งคู่ คนสองคนอยู่ด้วยกันไม่มีทางหรอกที่ไฟจะไม่ปะทุ”มู่จื่อหานยิ้มขณะยื่น