ดังขึ้นเบาๆ ผ่านไปสิบกว่าวินาที หลิวหลีจึงเดินมาเปิดประตู เธอแอบประหลาดใจเล็กน้อย“หัวหน้ามาทำอะไรกันเหรอ?”เย่ฮวายกกล่องข้าวขึ้นมาและพูดด้วยรอยยิ้ม “ถึงฉันจะซื้อของมาเสบียงไว้ให้ในห้องแล้ว แต่กวาจื่อก็คงไม่สะดวกเท่าไหร่ เธอคนเดียวคงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะดูแลหมอนั่น ฉันก็เลยเอาของกินมาฝากน่ะ”“หัวหน้ารู้ใจจังเลย”ระหว่างที่พูด เธอยื่นมือออกมาเพื่อถือกล่องข้าว แต่เขารีบดักไว้ “ไม่ต้องหรอก กล่องข้าวหนักมาก เดี๋ยวฉันถือเข้าไปเองดีกว่า”ระหว่างที่พูดเย่ฮวาก็เดินนำทุกคนเข้าไปในห้องหลังจากวางกล่องข้าวไว้บนโต๊ะอาหาร ทุกคนจึงนั่งบนเก้าอี้ภายในห้อง ส่วนกวาจื่อก็เดินออกมาจากห้องโดยมีหลิวหลีช่วยประคองเมื่อเห็นกวาจื่อเดินกะเผลกออกมา เย่ฮวาจึงพูดออกไปว่า “นายแค่แขนหัก ขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย จะให้คนอื่นประคองทำไม?”กวาจื่อยิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่น “พี่ชาย อย่าพูดแบบนี้สิเมื่อคืนตอนที่อยู่ในห้องน้า ฉันเพิ่งถูกชายฉกรรจ์นั่นเตะเข้ากลางหลัง กระดูกสันหลังต้องแตกแน่เลย นอนไปได้แป๊บเดียว ตอนนี้รู้สึกเจ็บปวดเหลือเกิน”“อ๋อเหรอ~”กวาจื่อเดินมานั่งที่โต๊ะ ตอนที่ก้นสัมผัสเข้ากับเก้าอี้เขาขบฟันแน่นด้วยความรู้สึกเจ็บปวด เย่ฮวายื่นจานข้าวไปตรงหน้า “กินเยอะๆ รีบหายไวๆ ฉันจะได้พานายไปร้องคาราโอเกะอีก”“พอเถอะ~”กวาจื่อสะดุ้งโหยง “ฉันยอมแล้ว ฉันก็แค่อยากเป็นชายหนุ่มรูปงามที่อยู่อย่างสันติ เรื่องชกต่อยฆ่าฟันแบบนี้ฉันไม่อยากยุ