เสียงตะเกียบกระทบช้อนดังขึ้นภายในห้องอาหาร เยว่เอ๋อร์หรี่ตามองมู่จื่อหานพร้อมยิ้มด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายเย่ฮวามองเธอด้วยสีหน้าเอือมระอา ตะเกียบถูกวางลงบนขอบถ้วยขณะถลึงตามองเธอ “ตั้งใจกินข้าวสิ มองอะไรของเธอเนี่ย”เยว่เอ๋อร์ยิ้ม “ฉันก็แค่แปลกใจ ช่วงเช้าพวกนายสองคนหายไปไหนมาเหรอ สนุกหรือเปล่าล่ะ”“พวกเราไปฆ่าบอสที่ทางเหนือของแดนปีศาจ ใช้เวลาค่อนข้างนาน คงต้องรอให้ถึงคืนนี้ถึงจะเสร็จภารกิจ” มู่จื่อพูดเสียงแผ่วเบาเยว่เอ๋อร์เลิกคิ้ว “อ๋อ…เก๋งมากๆ เลย~”เย่ฮวายกกำปั้นขึ้นมาและหันไปหัวเราะหึหึใส่เยว่เอ๋อร์“เยว่เยว่น้อย ฉันไม่ได้ยืดเส้นยืดสายนานแล้ว กวาจื่อก็ไม่ได้อยู่แถวนี้ พวกเราออกไปขยับแข้งขยับขากันสักหน่อยดีไหมล่ะ?”“หา?!”เยว่เอ๋อร์รีบก้มหน้าก้มตากินข้าวด้วยความหวาดผวาเย่ฮวาและมู่จื่อหานหันมายิ้มให้กัน เมื่อเห็นเยว่เอ๋อร์รูดซิปปากเงียบสนิทไม่พูดไม่จา……“ฟึบ!”พลังงานกระจายตัวรอบๆ อย่างรวดเร็ว เย่ฮวายื่นแขนออกไปขวางตรงหน้ามู่จื่อหานเพื่อให้เธอย้ายมายืนด้านหลังเขาพร้อมกับกล่าวเสียงขรึม “ฉันรู้สึกได้ว่าพลังงานของบอสตัวนี้สูงกว่ารูปปั้นหินยักษ์พงไพร เธอระวังตัวด้วยนะ อย่าทำอะไรเกินความสามารถ”เธอพยักหน้าเบาๆ และตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มจางๆ“ไม่ต้องห่วง ฉันรู้ดีว่าตัวเองมีความสามารถระดับไหน”“โอเค~”เย่ฮวาและมู่จื่อหานสู้สลับถอยอย่างต่อเนื่อง พวกเขาทิ้งระยะห่างจากเสาหินราวๆ สิบกว่าหลา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด