าจึงเรียกมังกรยักษ์ระเบิดวายุและนำมู่จื่อหานไปยังเสาหินอีกต้น……ระหว่างทาง กวาจื่อส่งข้อความมาหาเขา รถไฟที่หลิวหลีนั่งมาจะมาถึงสี่โมงเย็น ถึงเวลานั้นเขาจะออกไปรับหลิวหลีก่อน และให้เย่ฮวาไปเจอที่ร้านอาหารใจกลางเมืองก่อนสี่โมงครึ่งร้านอาหารที่กวาจื่อเลือกทำให้เย่ฮวาอดยิ้มไม่ได้ ที่นั่นไม่ใช่ร้านอาหารระดับสูง แต่เป็นร้านอาหารเมนูหรูสำหรับคนธรรมดา สำหรับคนอย่างเจ้ากวาจื่อที่ขี้เหนียวมาตั้งแต่แรก ครั้งนี้หมอนั่นคงได้จ่ายจนกระเป๋าแบนแน่ๆเย่ฮวานั่งอยู่บนหลังมังกรยักษ์ระเบิดวายุ ผ่านไปได้ไม่นานพวกเขาก็มาหยุดอยู่ข้างๆ เสาหินอีกต้นหนึ่ง รูปปั้นหินที่ตั้งอยู่กลางทะเลทราย มีเพียงครึ่งหัวเท่านั้นที่โผล่ขึ้นมาให้เห็น เย่ฮวายิ้ม “พวกเรารีบจัดการมันให้เสร็จเถอะ จะได้ออกไปหากวาจื่อกับหลิวหลี”“อือ”เย่ฮวาหมุนตัวเดินเข้าไปกลางทะเลทราย……ทะเลทรายสีเหลืองอร่ามท่ามกลางลมร้อนระอุ พายุทะเลทรายที่หมุนวนทำให้การมองเห็นของพวกเขาลดน้อยลง แต่เนื่องจากมีโอสถคุมวายุ ดังนั้นพายุเหล่านี้จึงส่งผลกระทบเพียงเล็กน้อยเท่านั้นมู่จื่อหานเดินขนาบข้างเขา มังกรวิญญาณวายุม่วงเปล่งเสียงกู่ร้องทุ้มต่าออกมา เม่ยเอ๋อร์กราชับง้าวมังกรจูเสินในมือ ดวงตาของเธอเป็นประกายขณะกวาดตามองไปรอบๆหลังจากเดินออกมาได้หลายสิบก้าว เย่ฮวาหยุดชะงักเขามองไปยังหางสีเหลืองที่โผล่ออกมาจากทางด้านหลังของหินก้อนหนึ่งด้วยความระมัดระวัง บางทีมันอาจจะเป็นมอนสเต