าตามเดิม ทันทีที่เย่ฮวาปล่อยมือร่างของสูอิ่นก็ทรุดลงกับพื้น ทุกคนต่างมองมาที่เย่ฮวาด้วยสายตาหวาดกลัวเงามายาของตระกูลสู่ แม้แต่คนภายในตระกูลยังเป็นเรื่องยากที่จะเรียนรู้ได้ เย่ฮวาที่เป็นแค่คนนอกเรียนรู้มันได้อย่างไรกัน?พวกเขาไม่มีทางรับรู้ว่าสิ่งที่เย่ฮวาใช้ไม่ใช่เงามายา แต่เป็นร่างโคลนที่จับต้องได้ต่างหากล่ะ!ผู้เฒ่าที่ยืนอยู่ข้างๆ อึ้งไปหลายวินาที จากนั้นเขาก็ประกาศด้วยเสียงทุ้มต่าว่า “เย่ฮวาตระกูลมาวเป็นฝ่ายชนะ!”ด้านล่างลานประลองเกิดเสียงดังอื้ออึงด้วยความตกตะลึง เดิมทีพวกเขาต่างก็คิดว่าเย่ฮวาต้องตายแน่ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าเขาสามารถทำให้สูอิ่นออกจากลานประลองได้ อีกทั้งยังมีวิชาเดียวกับตระกูลสู่ และใช้วิชาเดียวกันเพื่อเอาชนะลูกหลานของตระกูลที่เป็นเจ้าของวิชานี้เย่ฮวาเดินลงมาจากลานประลอง สูอิ่นถูกคนจากตระกูลสู่แบกลงจากลานประลองแล้ว มาวเย่ซานรีบเดินเข้ามาหาเขา ใบหน้าของเขากลับมามีชีวิตชีวา “เย่ฮวาเจ้าทำได้เยี่ยมมาก”เย่ฮวายิ้มตอบกลับไปและเดินกลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมกับมาวเย่ซาน ทุกคนต่างจับจ้องมาที่เย่ฮวาด้วยความชื่นชมและอิจฉา เยว่เหยาที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาพูดด้วยรอยยิ้มว่า“พี่เขย ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านต้องชนะแน่ๆ”เย่ฮวายิ้มและยกมือลูบศีรษะเธอ จากนั้นก็หันไปมองเสว่หลิน เธอยังคงจ้องเขาด้วยสายตาตกตะลึง ตอนที่เขาและเธอสบตากัน เธอจึงรีบก้มหน้าลงด้วยใบหน้าแดงก่าซึ่งแตกต่างจากภาพลักษณ์ที่แสนเย็นชาก