ใช้พลังปราณทั้งหมดที่มีอยู่ภายในร่างกายพุ่งตรงเข้ามา ในที่สุดเย่ฮวาก็สบโอกาส เขารีบกระโดดถอยหลังออกไปและลอบโจมตีจากทางด้านขวาตอนที่ลู่หงจิ่งพุ่งตรงเข้ามา เย่ฮวาจึงรีบสไลด์เท้าไปด้านข้างจากนั้นก็ยกแขนข้างหนึ่งขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีและใช้เท้าอีกข้างเตะไปที่ขาอ่อนของอีกฝ่ายลู่หงจิ่งเกิดอาการเสียหลัก เย่ฮวาจึงใช้โอกาสนี้ยกฝ่ามือขึ้นมาผลักอกของเขา ส่งผลให้อีกฝ่ายออกนอกลานประลองอย่างง่ายดาย การประลองสนามนี้เป็นอันสิ้นสุดลงเย่ฮวาหมุนตัวเดินลงจากลานประลอง ตอนที่มาถึงก็พบว่าเสว่หลินกลับมานั่งที่โต๊ะแล้ว หน้าผากเนียนใสของเธอมีบาดแผลหนึ่งเส้นปรากฎขึ้นเย่ฮวารีบถามเธอ “เกิดอะไรขึ้น?”เธอยิ้ม “เปล่าหรอก ข้าได้แผลมาตอนที่ลงมาจากลานประลองเพราะไม่ทันได้ระวังตัว”เยว่เหยาทุบโต๊ะเบาๆ “โกหก ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าเสอลี่หยางเป็นคนทำ! เมื่อครู่พี่ใหญ่เพิ่งจะประลองกับเสอลี่หยางมาเจ้าค่ะ!”เสว่หลินก้มหน้าไม่พูดไม่จา เย่ฮวาหันไปมองเสอลี่หยางที่กำลังนั่งจิบชาอยู่บนด้านบนแท่นสูง อีกฝ่ายมองเขาด้วยสายตาเย้ยหยัน สีหน้าดูหมิ่นเช่นนี้ทำให้เย่ฮวารู้สึกโกรธจนหัวร้อน!วันนี้ฉันจะทำให้แกรู้สึกผิดที่ทำแบบนี้!เย่ฮวาหยิบยาและผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋า เขาหยดยาลงบนผ้าเช็ดหน้าเพื่อเตรียมซับบนบาดแผลให้เสว่หลินเสว่หลินเห็นเข้าทำเช่นนี้ เธอก็รีบขยับตัวหนี เย่ฮวาจึงต้องคว้ามือเธอไว้ “นั่งเฉยๆ!”จากนั้นเขาก็ใช้ผ้าเช็ดหน้ากดลงบริเวณบาด