แผลเบาๆกลิ่นหอมจางๆ บนตัวเธอแตะมาที่บริเวณปลายจมูกจนทำให้เขาแอบรู้สึกเคอะเขิน เสว่หลินหน้าแดงยิ่งกว่า ใบหน้าเล็กๆ ของเธอแสดงให้เห็นถึงความตื่นตกใจ แต่ก็พอจะมองออกว่าเธอเองก็มีความสุขกับสิ่งที่เขาทำให้ยานี้ทำให้บาดแผลบนหน้าผากของเธอทุเลาลงไม่น้อย เขาเก็บผ้าเช็ดหน้าและยากลับเข้ากระเป๋าพร้อมกับกระซิบถาม “เป็นอย่างไรบ้าง? บาดเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า?”เธอส่ายหน้าเบาๆ เย่ฮวายิ้มให้เธอ เขาหยิบโอสถอายุยืนออกมาและยื่นให้เธออีกหนึ่งเม็ด “กินซะสิ”มาวเย่ซานที่นั่งสังเกตอยู่ข้างๆ แสดงสีหน้าประหลาดใจออกมา เขาพูดด้วยน้าเสียงตกตะลึงแต่แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน “โอสถวิญญาณขั้นสวรรค์!”เสว่หลินรีบผลักมือของเขากลับมา “ไม่ต้องหรอก ข้าไม่เป็นอะไร”เขาขมวดคิ้วขณะมองเธอ “หรือเธอจะให้ฉันป้อน?”“แต่…”ระหว่างที่พูด เย่ฮวายัดโอสถอายุยืนใส่มือของเธอจากนั้นหันกลับไปมองการต่อสู้คู่อื่นๆ บนลานประลองต่อหลังจากเสว่หลินกลืนโอสถลงคอ เย่ฮวาหันไปถามมาวเย่ซานว่า “ตอนนี้เหลืออีกแค่สิบคนสินะครับ”มาวเย่ซานพยักหน้า “ใช่แล้ว ผู้แข็งแกร่งสิบคนสุดท้าย อีกเดี๋ยวพวกเจ้าต้องออกไปจับฉลากอีกครั้งเพื่อจัดอันดับการประลอง”เย่ฮวายิ้ม “ท่านไม่ต้องกังวล ผมจะต้องนำโอสถหทัยแกร่งมาให้ได้”มาวเย่ซานยิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่นและไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านั้น เขามีความหวังเล็กๆ ซ่อนอยู่ในใจ แต่กลับไม่คิดว่าเย่ฮวาจะเอาชนะได้ ต่อให้เย่ฮวาจะเอาชนะผู้แข็งแกร่งระดับ