ขาแกว่งไปมาด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเย่ฮวาและอินถีเดินตรงเข้าไปจนถึงด้านล่างของแท่นตอนที่เงยหนาขึ้นไปมองก็พบว่าหญิงสาวคนนั้นไม่ได้มีท่าทีว่าจะลงมาจากแท่นนั้นแม้แต่น้อย เธอทำเพียงแค่พูดพึมพำและถามว่า “ข้าคือวิญญาณผู้พิทักษ์หานหยินแห่งค่ายกลหลิงเฉวียนทางทิศตะวันออก พวกเจ้ามาที่นี่เพราะต้องการน้าแร่หานหยินสินะ?”เย่ฮวาพยักหน้า “ใช่”มุมปากของเธอกระตุกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเธอก็ยื่นแขนอวบๆ ออกมาและกระดิกนิ้วเรียกเขา “ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ขึ้นมาให้ได้ ถ้าหากเจ้าขึ้นมาด้านบนได้สำเร็จ ข้าจะมอบมันให้เจ้า ตกลงไหมล่ะ?”“จริงเหรอ?”“อ่าห๊ะ”สาวน้อยเท้าสะเอวและพูดต่อ “ข้าคือวิญญาณผู้พิทักษ์หานหยิน สิ่งที่ข้าพูดย่อมเป็นเรื่องจริง สิ่งสำคัญอยู่ที่ตัวเจ้านั่นแหละว่ามีความสามารถมากพอที่จะขึ้นมาด้านบนได้หรือไม่”เย่ฮวาหันไปยิ้มให้อินถี จากนั้นเขาก็เริ่มปีนขึ้นไปด้านบนแท่นที่สร้างขึ้นด้วยแขนและขาของตัวเอง ล้อเล่น…อันที่จริงเขามีสกิลผาหินอยู่ดังนั้นเขาจึงสามารถปีนขึ้นไปด้านบนได้อย่างไร้กังวลภายใต้ความช่วยเหลือจากสกิลนี้ระหว่างทางเขาใช้เท้าและมือจับไปที่ท่อนไม้เพื่อไต่ขึ้นไปด้านบนเรื่อยๆ แต่แท่นสูงเหล่านี้ปีนค่อนข้างยากปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความสูงของมัน แต่ติดตรงที่มีน้าแข็งปกคลุมและลื่นมากต่างหากล่ะ!สาวน้อยที่นั่งอยู่ด้านบนมองลงมาด้วยรอยยิ้ม เย่ฮวายังคงไม่ยอมแพ้ เขาผายมือออกและเรียกม้าจ้านหยินออกมา จากนั้นก็ใช้สกิลย