บนไหล่เขาภูเขาวิญญาณล่องที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอกขาว สันเขาที่สูงตระหง่านอยู่ขั้นกลางระหว่างผืนปฐพีและสรวงสวรรค์ ยอดเขาสูงชันดูคล้ายกับเสาใหญ่ที่สูงทะลุสวรรค์ชั้นดาวดึงส์“ฮี่~”เย่ฮวากระตุกบังเหียนม้าเพื่อให้มันหยุดวิ่ง เขามองทิวทัศน์ที่อยู่รอบตัวก็อดรู้สึกทึ่งกับความงามแห่งนี้ไม่ได้ที่นี่งดงามราวกับเป็นดินแดนของนางฟ้านางสวรรค์มากยิ่งกว่าภูเขาซวีเหมี่ยวเสียอีก บรรยากาศแห่งนี้ทำให้ผู้คนที่เดินทางมาที่นี่ต่างรู้สึกได้ถึงความเงียบสงบ ไร้ซึ่งคลื่นแห่งความยุ่งเหยิงที่แทรกซึมเข้ามาในจิตใจ“ที่นี่คือภูเขาวิญญาณล่อง แต่ที่นี่มีค่ายกลหลิงเฉวียนสี่ทิศ หากไม่ได้รับน้าแร่จากค่ายกลหลิงเฉวียนสี่ทิศและเดินทางเข้าไปด้านในโดยพลกาล ก็จะหลงอยู่ภายในภูเขาวิญญาณล่องแห่งนั้น” อินถีพูดด้วยน้าเสียงเคร่งขรึม“ค่ายกลหลิงเฉวียนสี่ทิศ?”เขาย้อนถาม “อยู่ที่ไหนเหรอ?”เธอยิ้มด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ข้าเองก็ไม่เคยมาที่ภูเขาวิญญาณล่อง อาจารย์บอกข้าว่าเราต้องเดินทางจากตีนเขาเพื่อตามหาน้าแร่และดื่มมันให้ครบทั้งสี่ทิศ จากนั้นเราจึงจะสามารถเข้าไปด้านในภูเขาวิญญาณล่องได้”“ที่แท้ก็แบบนี้นี่เอง งั้นพวกเราไปกันเถอะ”พูดจบเย่ฮวาก็ใช้มือตบก้นม้าเบาๆ เจ้าม้าจ้านหยินเปล่งเสียงร้องออกมาก่อนจะมุ่งหน้าลงไปที่ตีนเขาของภูเขาวิญญาณล่องทันทีอินถีรีบตามมาติดๆ “อาจารย์บอกข้าว่าค่ายกลหลิงเฉวียนมีวิญญาณคุ้มกันอยู่ และมีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก”เขายิ