นจะไม่ค่อยชัดเท่าไหร่นักแต่เขารู้ได้ว่ามันคือเรื่องจริง เขาคิดมาตลอดว่าบางทีเขาอาจจะหูฝาด แต่เสียงร้องของมู่จื่อหานกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและมันก็ทำให้เขารู้สึกทุกข์ใจตามไปด้วยถ้าหากมู่จื่อหานนั่งร้องไห้อยู่ข้างเขาจริงๆ ถ้าเช่นนั้นก็หมายความว่าต้องเกิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นสินะ?คิดเช่นนี้เขาก็กวาดตามองไปรอบๆ พร้อมกับความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีที่ผุดขึ้นมาในใจเขาพยายามที่จะตัดการควบคุมผ่านคลื่นสมองและลืมตาขึ้น ร่างของเขาที่ถูกดูดอยู่ในโคลนยังคงนิ่งสงบไม่ไหวติง แต่ใจของเขากลับกำลังพุ่งพล่านลืมตา! ลืมตาขึ้น!ฉันต้องลืมตา!เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เหงื่อเม็ดกลมเริ่มไหลย้อยไปตามแก้ม ลมหายใจของเขาเริ่มหอบแหกๆ ราวกับใช้พลังงานอย่างหนัก ในเวลานี้เอง––––––“แกร่ก!”เสียงเบาๆ ดังขึ้นพร้อมกับรอยแยกสีดำหนึ่งเส้นที่ปรากฏขึ้นตรงหน้า……“หมอ! หมอคะ! เขาขยับแล้ว!”ทันใดนั้นทางเดินของโรงพยาบาลก็เริ่มมีเสียงของผู้คนตะโกนโหวกเหวกโวยวายขึ้น…