กรบคนนั้นทรุดตัวลงกับพื้นและยกมือขึ้นกุมอกของตัวเองเกราะเหล็กบนตัวของเขากลายเป็นเศษเหล็กจนแทบจะหมดสภาพ ดาบที่เป็นอาวุธข้างกายหักครึ่งเป็นสองท่อน ทว่าเขาก็ยังใช้ดาบที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งแทงเข้ากลางอกของปีศาจและปักลงกับพื้นดินอย่างดุเดือดเย่ฮวารีบเดินเข้าไปพยุงร่างของเขาให้ลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวเสียงขรึม “นายไปพักก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการที่นี่ต่อเอง…”พูดจบเขาก็เปิดใช้โล่เทพเสินฮวง เรียกเจ้าอสูรบรรพกาลและร่างโคลนทั้งสองร่างออกมา จากนั้นก็พุ่งเข้าใส่กลุ่มปีศาจเหล่านั้นทันที เงาทั้งสี่พุ่งตัวออกไปด้านหน้าเพื่อต่อกรกับปีศาจเหล่านั้นอย่างเด็ดเดี่ยวและไม่มีใครคิดที่จะถอยแม้แต่ครึ่งก้าวในเมื่อประตูแห่งความกล้าหาญเป็นประตูแห่งอำนาจหลังจากเข้ามาด้านในสถานที่แห่งนี้การทดสอบก็คงไม่พ้นเรื่องการต่อสู้ และเงื่อนไขของด่านนี้ก็คือคุ้มกันสถานที่แห่งนี้จากปีศาจนับแสนที่อยู่ตรงหน้านักรบผู้นี้คงจะเป็นตัวละครที่มีไว้เพื่อทดสอบความสามารถของเขาในครั้งนี้ ยิ่งเห็นนักรบคนนั้นกำลังจะตายเขาก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือแม้ว่าจะเป็นแค่ NPC ตัวเล็กๆ คนหนึ่งและไม่ได้มีความสำคัญสำหรับผู้เล่น แต่คนๆ เดียวที่ต้องคุ้มกันพรมแดนแบบนี้มันจะไปต่างอะไรกับเมื่อวันก่อนที่เขาคุ้มกันเมืองว่านต่าวเพียงลำพังกันล่ะ?ตอนนั้นไม่มีใครสามารถช่วยเหลือเขาได้ แต่สำหรับนักรบคนนี้ไม่เหมือนกัน เพราะตอนนี้ยังมีเขาอีกคนที่ยืนอยู่ด้านหลั