อดทั้งวันดังนั้นเลเวลของเจ้าอสูรบรรพกาลจึงหยุดอยู่แค่ 70เท่านั้น แม้ว่าความสามารถในการต่อสู้จะค่อนข้างสูงแต่ก็ยังไม่ถึงขั้นสูงสุดอยู่ดี อีกอย่างเขาก็เป็นคนชอบเก็บไพ่เด็ดไว้กับตัวเองและใช้ในยามวิกฤติเท่านั้น อสูรบรรพกาลตัวนี้มีสเตตัสที่แข็งแกร่ง เย่ฮวาจึงจะใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้นเพราะทั้งมีประโยชน์และได้โชว์สาวด้วยนักบวชเริ่มปลดปล่อยสกิลวิญญาณแห่งสงคราม ส่วนพี่หน่ายก็ใช้สกิลบทสวดเพิ่มพละกำลังให้กับเย่ฮวาด้วยค่าพละกำลังของพวกเขาเหล่านี้ที่ส่งมาบนตัวของเย่ฮวากล่าวได้ว่ามันเกิดประโยชน์สูงสุดอย่างยิ่ง!ตอนนี้เขาทำหน้าที่เป็นฝ่ายแทงค์หลัก ขณะที่อยู่ด้านหน้าสุดเขาก็กวัดแกว่งอาวุธในมือ และระดมโจมตีเข้าใส่คู่ต่อสู้การโจมตีธรรมดาและสกิลชาร์จแสงอสนีบาต“168,412”“295,476”หลังจากมีบัพเสริมให้กับตัวเอง เย่ฮวาก็รีบออกไปจัดการกับศัตรูที่อยู่ด้านนอกอย่างไม่รีรอ ส่งผลให้เอฟเฟคล็อควิญญาณสงัดเกิดการสะสมกันจนถึงขั้นสูงสุด ตอนนี้ค่าสเตตัสของเขาเพิ่มขึ้นมาอีกระดับหนึ่งแล้ว รวมถึงการโจมตีที่สูงขึ้นอย่างมากด้วยราชาแห่งเมืองเทพพันธะขมวดคิ้วเข้าหากันขณะแผดเสียงออกมาด้วยความเกรี้ยวกราดว่า “พวกเจ้าเป็นคนของเมืองลั่วเซียวแต่กลับบังอาจบุกเข้ามาถึงเมืองเทพพันธะของข้า ข้าจะจัดการกับพวกเจ้าให้สิ้นซาก อย่าได้หวังว่าจะกลับออกไปจากที่นี่ได้อีก!”พูดจบราชาเมืองเทพพันธะก็ดึงดาบสั้นออกมาอย่างฉับพลัน พลังงานหมุนวนขึ้นรอบตัวจน