อถูกกำเข้าหากันอีกครั้งและเขาก็ยังรู้สึกได้ถึงความเย็นจากนิ้วมือของเธอที่ยังคงอยู่ตอนที่เงยหน้าขึ้นไปมอง หน้าต่างห้องของมู่จื่อหานก็พบว่าไฟห้องเธอดับลงแล้วหลังจากผ่านไปอยู่ครู่หนึ่ง เย่ฮวาก็ก้มมองฝ่ามือของตัวเองและจ้องมันอยู่อย่างนั้น ในเวลาเดียวกันเขาก็พูดขึ้นมาด้วยเสียงแผ่วเบาว่า “ถ้ามันเป็นสิ่งที่เธอคิดจริงๆถ้าอย่างนั้นฉันคงไม่มีอะไรพูดมากไปกว่านี้แล้วล่ะ…”หลังจากกลับมาที่ห้องของตัวเอง เย่ฮวาก็เอนตัวนอนลงบนเตียง ทว่าเขากลับยังรับรู้ได้ถึงสิ่งที่มู่จื่อหานเขียนอยู่บนฝ่ามือ ข้อความที่ทำให้เขาพูดไม่ออกช่วงกลางดึกเย่ฮวาเอนตัวลงบนเตียงพร้อมกับกระตุกมุมปากขึ้น ช่างเป็นการนอนหลับที่หวานละมุนเหลือเกินแสงจันทร์สาดส่องกระทบพื้น ร่างของชายคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงภายในห้องนอนที่แสนสงบ ไม่รู้ว่าผ่านไปนานขนาดไหน จู่ๆ เสียงของชายคนนั้นก็ดังขึ้น––––เสี่ยวหยู่…ดูเหมือนว่าฉันจะเจอผู้หญิงคนนั้นที่เธอพูดถึงแล้ว ดูเหมือนว่า…ฉัน…จะหลงรักเธอเข้าแล้ว………เช้าวันรุ่งขึ้นเย่ฮวาลุกขึ้นจากเตียงตอนแปดโมงเช้าบาดแผลที่เจ็บปวดบนร่างกายของเขาค่อยๆ หายไปแล้วและเวลานอนหลับของเขาก็เพิ่มมากขึ้น ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหนกว่าที่เย่ฮวาจะกลับไปนอนหลับพักผ่อนเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมงเหมือนเมื่อก่อนได้อีกครั้งลินดาปรนนิบัติเขาเป็นอย่างดีไม่ว่าจะกินดื่มนอนหรือแม้แต่เช็ดก้น ถ้าหากไม่ใช่เพราะถูกเขาปฏิเสธไปอย่างเด็ดขาด เธอคงช่วยขัดส