ามีแรงขึ้นเล็กน้อย เขาหันไปมองเยว่เอ๋อร์และเธอก็เข้าใจในทันทีว่าเขากำลังบอกเธอว่าเพียงพอแล้ว เธอจึงนั่งลงข้างเตียงเย่ฮวาสูดหายใจเข้าเต็มปอดแล้วมองไปที่มู่จื่อหาน“เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”มู่จื่อหานเช็ดคราบน้าตา “ฉันไม่เป็นอะไร แต่นายกลับได้รับบาดเจ็บสาหัสแบบนี้ ถ้าฉันรู้แบบนี้ฉันคงไม่ทิ้งนายแล้วหนีเอาตัวรอดไปแบบนั้น”เย่ฮวาส่ายหน้าตอบกลับไป “อย่าพูดแบบนั้นสิ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอวิ่งไปหาคนมาช่วย พวกเราสองคนก็คงจะไม่ได้มาเจอกันที่นี่อีก แต่ยังไงฉันก็ต้องขอบใจเธอมากนะแม้ว่าฉันจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ฉันรู้ว่าคืนนั้นคนที่กอดฉันแล้วร้องไห้ก็คือเธอ ขอบใจนะที่เป็นห่วงฉัน”ใบหน้าของมู่จื่อหานเริ่มแดงก่า เธอก้มหน้าลงพร้อมกับพึมพำอะไรบางอย่างที่เย่ฮวาไม่ได้ยินออกมา ส่วนเขาเองก็ไม่ได้คะยั้นคะยอที่จะถามเธอต่อ หลังจากหยุดมองหน้าสองสาวอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พูดขึ้นมาว่า “ฉัน…หลับไปนานเท่าไหร่แล้ว?”มู่จื่อหานพูดเสียงแผ่วเบา “จะสองวันแล้ว ตอนนี้นายรู้สึกยังไงบ้าง ไม่สบายตัวตรงไหนบอกฉันได้นะ…”เย่ฮวากระตุกมุมปากขึ้น “นอกจากส่วนที่ไม่สบายแล้วส่วนอื่นก็ปกติดี ตอนนี้เกมหลิงเกิงปรับปรุงเซิร์ฟเวอร์เสร็จแล้วสินะ?”เยว่เอ๋อร์เบิกตาโต “โถ…เจ็บขนาดนี้ยังจะอยากเล่นเกมอีกเหรอ!”เย่ฮวาพึมพำ “ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเกมแต่หานเยว่เหมิงก็เป็นเหมือนกับชีวิตจิตใจของพวกเรานะ สองวันที่หายไปคงจะมีเรื่องเกิดขึ้นไม่น้อย”มู่จื่อหานมองเย่ฮวาแล้ว