งแผ่วเบา “เย่ฮวานายนี่โง่จริงๆ เลย! เป็นเพราะนายคนเดียวเลยที่ทำให้ฉันต้องร้องไห้ติดต่อกันถึงสองวันเต็มๆ…”“ขอโทษนะ…” เย่ฮวาเค้นเสียงพูดออกไปมู่จื่อหานใช้มือของเธอจับมาที่มือขวาของเย่ฮวาแล้วพูดเสียงแผ่วเบา “เป็นความผิดของฉันเอง เป็นความผิดของฉัน…”เย่ฮวามองมู่จื่อหานที่ยังสะอึกสะอื้น เสียงไอแค่กแค่กที่ดังออกมาทำให้ร่างของเขาเกิดความเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง ในเวลานี้เองกวาจื่อก็เดินเข้ามาพร้อมกับหมอและพยาบาลอีกสองคน หมอเดินเข้ามายืนข้างเตียงแล้วใช้ไฟฉายส่องตาของเย่ฮวาก่อนจะมองไปยังเครื่องวัดความดันที่อยู่ข้างๆ เตียง “ตอนนี้คนไข้ฟื้นแล้ว และพ้นจากช่วงโคม่าแล้วนะครับ ในเวลานี้คงต้องให้คนไข้นอนพักฟื้นอีกสักระยะหนึ่ง อย่าขยับเขยื้อนร่างกายมากเกินไปนะครับนอนดูอาการที่นี่ต่ออีกสองวัน ถ้าหากอาการดีขึ้นและไม่มีอะไรร้ายแรงก็สามารถย้ายไปอยู่ห้องพักธรรมดาได้”กวาจื่อพยักหน้า “รบกวนหน่อยนะครับคุณหมอ”หมอพยักหน้าตอบกลับมาแล้วเดินออกจากห้องไปกวาจื่อหันไปโบกมือให้ซิงเหอและโม่ซาง หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินออกไปด้านนอก ก่อนจะปิดประตูลงสายตาของกวาจื่อก็มองมาที่เย่ฮวาจากด้านนอกเป็นเพราะห้องฉุกเฉินมีขนาดเล็กเขาจึงออกจากห้องไปและปล่อยให้เย่ฮวา มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์อยู่คุยกันภายในห้องเยว่เอ๋อร์ถือแก้วน้าอุ่นมาให้แล้วใช้มือเล็กๆ ของเธอป้อนน้าให้กับเย่ฮวา ทันทีที่จิบน้าอุ่นลงคอ เขาก็รู้สึกได้ถึงร่างกายที่เริ่มกลับม