ี่อยู่ใต้เท้าของเย่ฮวาได้หายไปแล้ว เย่ฮวาหันไปมองเมืองที่เต็มไปด้วยไฟนีออนมากมาย ลมที่หนาวเย็นปะทะกับผิวหนังของเย่ฮวาจนปวดแสบปวดร้อนราวกับถูกใบมีดกรีดเนื้อ บนร่างกายรู้สึกถึงความเจ็บปวดจำนวนนับไม่ถ้วนตามมาติดๆ ด้วยความมืดมิดที่อยู่ตรงหน้า“ตี๊ด…ตี๊ด…ตี๊ด…”เสียงเครื่องวัดความดันดังขึ้นอย่างสม่าเสมอ ขณะที่ร่างกายของเย่ฮวาเริ่มรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอีกครั้ง เขาพยายามลืมตาขึ้นและพบว่าตอนนี้ได้ออกมาจากพื้นที่มืดมิดไร้ซึ่งขอบเขตนั้นแล้ว“เขาตื่นแล้ว! เขาตื่นแล้ว! เดี๋ยวฉันไปเรียกหมอมา!”เสียงของกวาจื่อดังขึ้นข้างหู น้าเสียงของเขาเต็มไปด้วยความดีใจ ดวงตาที่หนักอึ้งและบวมปูดเปิดกว้างอีกครั้งแสงสว่างที่แยงเข้ามาทำให้ภาพตรงหน้าดูเลือนลางและไม่ชัดเจนดวงตาถูกหรี่ลงอีกครั้งก่อนจะพบว่าตรงหน้าของเขามีซินเหอ โม่ซาง มู่จื่อหานและเยว่เอ๋อร์ที่กำลังร้องห่มร้องไห้จนตาแดงก่ายืนอยู่ตรงหน้าเย่ฮวาเห็นมู่จื่อหานกำลังยิ้มให้ตน ทว่าใบหน้าของเธอกลับเต็มไปด้วยคราบน้าตาที่แสดงให้เห็นถึงความเจ็บปวดของเธอ น้าใสๆ ยังคงไหลอาบแก้มของเธออย่างไม่หยุดภาพของเธอทำให้เขารู้สึกเศร้าโศกเป็นอย่างมาก แม้ว่าอยากจะพูดแต่ก็ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาจากลำคอได้เย่ฮวาใช้พละกำลังเฮือกสุดท้ายที่มีอยู่เพื่อเปล่งเสียงออกไปสามพยางค์ “ไม่ต้องร้อง…”มู่จื่อหานใช้มือเล็กๆ ของเธอเช็ดคราบน้าตา ส่วนเยว่เอ๋อร์ก็ใช้มือเล็กๆ ของเธอวางลงบนมือของเย่ฮวาอย่า