ก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย แม้ว่ามันจะดูไม่ค่อยมีความรับผิดชอบ แต่ฉันก็ไม่ค่อยเก่งในเรื่องการจัดการกิลด์เท่าไหร่นัก”เย่ฮวายิ้ม “หลังจากเข้าเกมแล้วพวกเราคงต้องเจอกับสนามต่อสู้ครั้งใหญ่ บนกระทู้ที่เกิดข้อถกเถียงกันฉันคิดว่ามันค่อนข้างรุนแรงพอสมควร และคนของวิหารสังหารเทพตอนนี้ก็มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเยอะมาก เรียกได้ว่าตอนนี้ปีกของพวกเขามีขนขึ้นพร้อมโบยบินแล้ว ไม่ว่าจะยังไงถึงแม้ว่าหานเยว่เหมิงของพวกเราจะไม่เริ่มโจมตีก่อน แต่สุดท้ายแล้วไม่ว่าจะช้าหรือเร็วเราก็ต้องเจอกับการปะทะกันอยู่ดี”มู่จื่อหานเม้มปาก “ถึงแม้ว่าคนของวิหารสังหารเทพจะมีเยอะกว่าและความสามารถของพวกเขาก็ไม่ถือว่าอ่อนแออะไร แต่กิลด์หานเยว่เหมิงของเราในตอนนี้ไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ผู้เล่นของเรามีอยู่ 9000 คนอีกอย่างเราก็ยังมีสมาชิกนอกกิลด์อีกไม่น้อย ถ้าหากต้องสู้กันจริงๆ ฉันคิดว่าคนพวกนั้นไม่มีทางที่จะเอาเปรียบเราได้”เย่ฮวายักไหล่ “เรื่องนี้ฉันเองก็รู้ แต่การต่อสู้ยังไงก็ต้องเกิดความเสียหาย กว่าทุกคนจะเก็บเลเวลมาได้ถึงตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย และฉันเองก็ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นด้วย”มู่จื่อหานยิ้มขณะที่ใช้มือขึ้นมาปิดปากของเธอไว้ “คำนี้ไม่ควรจะเป็นคำที่หลุดออกมาจากปากของนายเลยนะตั้งแต่นายเข้ามาอยู่ในเกมแล้วถูกผู้เล่นของวิหารสังหารเทพตั้งค่าหัวด้วยเงินห้าเหรียญทองจนเกือบถึงหลักหมื่นนายก็เริ่มสังหารผู้เล่นระดับสูงมา