ท่ามกลางลมที่แผ่วเบาทว่ากลับเต็มไปด้วยความหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านไปทั่วกระดูก เย่ฮวาและมู่จื่อหานนั่งอยู่บนผาหินลูกหนึ่งที่มีความโค้งนูน ดวงดาวที่ประดับอยู่บนฟากฟ้าเหนือภูเขาลูกใหญ่ทำให้เห็นได้ถึงความสวยงามและความเงียบสงัดมู่จื่อหานมองไปยังดาวตกที่อยู่ห่างออกไปบนฟากฟ้าก็กระตุกยิ้มขึ้นแล้วพูดว่า “ภายในเกมสวยงามขนาดนี้ ถ้าเป็นชีวิตจริงก็น่าจะสวยมากเหมือนกันเนอะ…”เย่ฮวาหันไปมองใบหน้าของมู่จื่อหานที่หันข้างให้กับเขา แสงสว่างจากดวงดาวที่อยู่ด้านบนทำให้ใบหน้าของเธอสวยงามยิ่งขึ้น เย่ฮวายิ้มตอบกลับไป “ในเกมเป็นโลกแห่งจินตนาการ ทุกอย่างเป็นเพียงแค่เรื่องลวงหลอก แต่ในชีวิตจริงก็สวยเหมือนกับแบบนี้ไม่ใช่เหรอ? ข้างกายของเธอยังมีเยว่เอ๋อร์และพี่หน่ายที่สามารถนำความสุขมาให้เธอได้ จริงไหม?”มู่จื่อหานหันมาพร้อมกับพูดด้วยเสียงแผ่วเบา“ถึงแม้ว่ามันจะดูเห็นแก่ตัว แต่ฉันก็อยากจะขอบคุณนายนะถ้าหลังจากนี้นายจะอยู่เคียงข้างฉันในทุกๆ วัน”เย่ฮวาชะงักพร้อมกับใช้มือถูแก้ม “พูดแบบนี้ก็ฟังดูแปลกๆ เหมือนกันนะ แต่เธอไม่ต้องห่วงหรอก ฉันไม่ได้มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปจากเธอ อีกอย่างเธอก็เป็นหัวหน้าใหญ่ของฉัน การดูแลเธอมันก็เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ฉันเหมือนกัน”มู่จื่อหานดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน หลังจากมองเย่ฮวาไปได้ครู่หนึ่งเธอก็ลุกขึ้นยืน “ฮึบ~ภารกิจก็ทำเสร็จแล้ว พวกเราไปส่งภารกิจกันเถอะ ฉันเองก็อยากจะกลับไปดูสถานการณ์ของทุ