อนดังนั้นฉันคิดว่าคงต้องหาวิธีอื่น”พี่หน่ายชี้มาที่เย่ฮวา “เย่เย่น้อยมีสกิลปีนผาไม่ใช่เหรอถ้านายปีนขึ้นไปก็ลองหาเชือกมาสักเส้นแล้วปล่อยลงมาฝั่งนี้ ถึงแม้ว่าพละกำลังของเกราะผ้าแบบพวกฉันจะไม่สูงมากแต่ก็สามารถไต่เชือกขึ้นไปได้นะ”เยว่เอ๋อร์หยิบลูกธนูออกมาหนึ่งดอกแล้วยิงไปที่ต้นไม้ที่อยู่ด้านบน ทันใดนั้นก็มีเถาวัลย์สีเขียวจำนวนไม่น้อยห้อยต่องแต่งลงมา เธอเลิกคิ้วเล็กน้อยพลันพูดขึ้นว่า“สกิลภายในเกมมันก็ไม่แน่นอนเสมอไปหรอกนะ เพราะมันขึ้นอยู่กับฉากแต่ละฉากภายในเกมด้วย กำแพงนี้ถูกปกคลุมด้วยตะไคร่ทุกจุดแถมมันยังลื่นมากด้วย และเมือกพวกนี้ก็มีพิษเคลือบอยู่ การที่จะให้เย่ฮว่าปีนขึ้นไปถือว่าเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากเกินไป”เย่ฮวาเก็บดาบเข้าฝักพร้อมกับถูฝ่ามือเข้าด้วยกัน“แต่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ว่าจะปีนได้รึเปล่า ถึงจะมีพิษแต่ก็มีพี่หน่ายอยู่ ไม่เห็นต้องกลัวอะไรเลย”พี่หน่ายตบอกตัวเองด้วยท่าทางมั่นใจ “เย่เย่น้อยไว้ใจพี่สาวคนนี้ได้เลย ไว้เป็นหน้าที่ของฉันเอง!”“จัดไป!”หลังจากนั้นเย่ฮวาก็ใช้มือจับไปที่กำแพงหินที่อยู่ตรงหน้าก่อนจะจับเถาวัลย์เส้นหนึ่งไว้ซึ่งมีความอ่อนนุ่มเป็นอย่างมาก ทว่าทันทีที่เท้าของเย่ฮวาลอยอยู่เหนือพื้นเขาก็สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างซึ่งเป็นของเหลวสีเขียวที่กำลังเปื้อนตัวของตนอยู่ นั่นก็คือตะไคร่น้า นอกจากนี้เขายังเข้าสู่ค่าสถานะติดพิษด้วย โดยทุกๆ หนึ่งวินาทีเลือดของเขาจะลดลงไป 10 พอยท์เป็