วฉินอินดังขึ้นขณะที่เห็นพวกเขา“การป้องกันของวิหารสังหารแข็งแกร่งมากจนทำให้พวกเราไม่สามารถฝ่าวงล้อมออกไปได้ ตอนนี้พวกเราคิดว่าจะออกไปทางด้านข้างแทน”เย่ฮวาพยักหน้า “ขอบใจมากนะ เรื่องฝ่าวงล้อมเดี๋ยวฉันลองจัดการสู้ดูสักตั้งก็แล้วกัน!”เมิ่งเสี่ยวฉินอินมองเย่ฮวาแล้วยิ้มขึ้น “ก็ได้ เดี๋ยวฉันจะเตรียมนักบวชให้นายส่วนหนึ่งแล้วกัน ยังไงก็จะไม่ปล่อยให้นายถูกฆ่าตายแน่”“ไม่ต้องหรอก เธอช่วยเตรียมนักธนูให้ฉันหน่อยแล้วกัน” เย่ฮวาดึงดาบงูหลามออกมาและมองไปยังผู้เล่นที่กำลังสู้กันอยู่ตรงหน้าเมิ่งเสี่ยวฉินอินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตอบ “เยว่เยว่! เธอพานักธนู 100 คน เกราะหนัก 30 คนแล้วก็นักบวชอีกส่วนหนึ่งตามอีเย่กูโจวฝ่าวงล้อมออกไป! แล้วก็รีบไปช่วยหานเยว่เหมิงให้เร็วที่สุด!”“ได้เลยพี่เมิ่ง!” ซวีเยว่โยชวงถือดาบไว้ในมือแล้วออกคำสั่งให้กับผู้เล่นนักธนูคนอื่นๆ “กลุ่มของเสี่ยวเจี๋ยตามกลุ่มของฉันมา!”หลังจากนั้นทุกคนก็เดินตามเธอมาขณะที่เธอเองก็เดินนำทุกคนแล้ววิ่งมาที่เย่ฮวาด้วยใบหน้ามีความสุข “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ~”เย่ฮวายิ้ม “อื้อ ไม่เจอกันนานเลย”“เอ่อ…นายจะฝ่าวงล้อมไปเหรอ?” ซวีเยว่โยชวงยืนข้างเย่ฮวาขณะที่ยังคงยิงลูกธนูในมืออย่างไม่หยุดจนทำให้ผู้เล่นแถวหน้าของวิหารสังหารถูกฆ่าตายไปไม่น้อย สีหน้าของเธอในเวลานี้เต็มไปด้วยความจริงจังและมุ่งมั่นเย่ฮวามองใบหน้าที่น่ารักของเธอและยิ้ม “เราจะฝ่าวงล้อมการแนวป้องกั