ไปครู่หนึ่งราวกับจะเข้าใจความหมายของพี่หน่ายว่ากำลังสื่ออะไรเยว่เอ๋อร์ยิ้ม ขณะที่เย่ฮวาหันไปหาป้านเฉิงเยียนซาแล้วแกล้งถาม “อ้าวเพื่อนซา เป็นอะไรไปน่ะ?”ป้านเฉิงเยียนซายิ้มก่อนครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบเสียงเรียบ “นี่ฉันขอด่าคนได้ป่ะวะ?”เยว่เอ๋อร์ “ก่อนหน้านี้ฉันเห็นมีอยู่คนนึงเอาแต่สบถด่าคนอื่นไม่หยุด ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจอะไรหรอก แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าคนนั้นจะหัวสูงกว่าหญ้าแค่เมตรกว่าเท่านั้นเอง เหอะๆ”ป้านเฉิงเยียนซามองพี่หน่าย “วันนี้อากาศดีจังเลยเนอะ พระจันทร์ใหญ๊ใหญ่~”“เหอะๆ”มู่จื่อหานหยิบเหรียญทองขึ้นมาและเก็บเข้าโกดังของกลุ่ม “ของก็แบ่งกันครบแล้ว งั้นพวกเราขึ้นไปบนเกาะนั่นกันเถอะ”……หลังจากนั้นพวกเขาก็เดินขึ้นไปบนสะพานโซ่ที่โคลงเคลงไปมา ระหว่างที่เหยียบพื้นไม้เสียงก็ดัง “เอี๊ยดอ๊าด” ตลอดทาง จึงทำให้พวกเขาต้องค่อยๆ เดินขึ้นไปบนเกาะอย่างระมัดระวังบนเกาะนี้นอกจากก้อนหินแล้วก็ยังมีหญ้าอยู่บนนี้ด้วยตรงกลางของเกาะมีภูเขาหินซึ่งมีปากถ้าอยู่ ทว่าปากทางเข้ามีก้อนหินขนาดใหญ่ที่ปิดอยู่ด้านหน้า แถมยังมีตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ดูมีพลังสลักอยู่บนนั้นว่า——สุสานผู้ชาญฉลาด!เยว่เอ๋อร์เดินไปด้านหน้าและใช้ปากเล็กๆ ของเธอเป่าลมออกมาเพื่อปัดฝุ่นที่เกาะอยู่บนนั้นจนทำให้หินศิลาปรากฏขึ้นตรงหน้าทุกคนเยว่เอ๋อร์หยิบคันธนูขึ้นมาและใช้แสงสว่างจากอาวุธส่องตรงหน้าพร้อมกับเริ่มอ่านข้อความที่อยู่ด้านบนหินศิลา “เพื่อทำการเป