การต่อสู้ได้เริ่มต้นขึ้นพร้อมกับเมิ่งเสี่ยวฉินอินที่นำคนกลุ่มแรกพุ่งเข้าใส่บอส ในเวลาเดียวกันมู่จื่อหานก็คอยเตรียมรับมืออยู่ข้างๆ ส่วนพวกเย่ฮวาได้นำกองกำลังที่สามซึ่งมีสมาชิก 2400 คน รออยู่ด้านนอกโดยห่างออกไปไม่ไกลพี่หน่ายยืนอยู่ด้านข้างเย่ฮวาพร้อมกับมองไปที่เฮยเซ่อเหนียนหัวที่กำลังกวัดแกว่งคทาในมือ “เย่เย่น้อยทำไมนายเอาแต่จ้องยัยนมใหญ่นั่นอยู่ได้?”เย่ฮวา “ปะ…เปล่าซะหน่อย ฉันก็แค่กำลังมองป้านเฉิงเยียนซาที่อยู่ข้างๆ เธอต่างหากล่ะ หานเยว่เหมิงของพวกเราดูเหมือนจะไม่มีนักเวทย์ที่มีฝีมือเหมือนกับป้านเฉิงเยียนซาเลยนะ การต่อสู้และการวางแผนของซิงเหอถึงแม้ว่าจะยอดเยี่ยมแต่ก็ยังเทียบไม่ได้กับป้านเฉิงเยียนซาอยู่ดี”พี่หน่ายยิ้ม “กลุ่มใหญ่แบบห้วนเฉิงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ป้านเฉิงเยียนซาเองก็ถือเป็นจุดแข็งของกลุ่มนายดูหานเยว่เหมิงของพวกเราสิ พวกเราก็มีตั้งสี่คน”“หืม? ไหนลองว่ามาสิ”“เฉียนจื่อพ่าวโม่กับต้านเซ่อปิงหลีต่างก็เป็นผู้เล่นระดับเทพธิดาที่คนในเมืองชิงสุ่ยรู้จักกันดี นายดูหานเยว่เหมิงของพวกเราสิตอนนี้มีผู้ชายเจ็ดต่อสิบเลยนะ นายคิดวว่าถ้าหัวหน้าของพวกเราเป็นชายร่างกำยำมือหนักเท้าหนัก หานเยว่เหมิงจะมีคนเข้ามาสมัครไหมล่ะ?” พี่หน่ายยิ้ม“เหอะๆ เลิกพูดเถอะ ฉันไม่อยากจะเอาอะไรใส่เข้าไปในหัวเพิ่มแล้ว!”เย่ฮวา “ว่าแต่อีกสองคนล่ะ?”พี่หน่ายตบบ่าเย่ฮวา “ผู้เล่นในเมืองชิงสุ่ยต่างก็รู้กันดีว่าอีเย่กูโ