้ว่าจะลองคุยกับเมิ่งเสี่ยวฉินอินว่าจะร่วมมือกันแย่งการ์ดสร้างกิลด์ดีหรือไม่ แต่พอมาคิดๆ ดูแล้ว เขาก็เลือกที่จะปัดความคิดนั้นทิ้งไปตอนนี้หานเยว่เหมิงมีสมาชิกแค่ 300 คนเท่านั้น แต่ผู้เล่นของห้วนเฉิงมีไม่น้อยกว่า 1500 คน ดังนั้นการจะร่วมมือกับคนเหล่านั้นเห็นได้ชัดว่าพวกเขาไม่มีแต้มต่อแถมยังตกเป็นรองอย่างเห็นได้ชัดถึงเวลานั้นตอนที่ต้องแบ่งการ์ดกันจริงๆ การ์ดใบนั้นก็อาจจะไม่ตกมาถึงมือของพวกเย่ฮวาก็เป็นได้ และสำหรับห้วนเฉิงแล้ว ต่อให้ใช้วิธีการทอยเต๋าก็ยังไม่ใช่ความคิดที่ดีอยู่ดี จำนวนคนที่มากขนาดนั้นการมาทอยเต๋ากับพวกเขามันจะยุติธรรมตรงไหนกัน?ต่อให้เขาและเมิ่งเสี่ยวฉินอินจะรู้จักกัน แต่มันก็ไม่ได้สนิทชิดเชื้ออะไรขนาดนั้น พวกเธอไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องยอมทิ้งการ์ดนั้นให้กับพวกเขาด้วยซ้า อีกอย่างพวกเธอเองก็คงจะต้องการสร้างกิลด์เป็นของตัวเองด้วยเช่นเดียวกันเย่ฮวามองไปที่ยักษ์ภูผาหินตรงหน้าก็ได้คำตอบว่าควรจะยืนดูสถานการณ์ต่อไปน่าจะดีกว่า“เฮ้ อีเย่กูโจว! มีความเชื่อมั่นขนาดที่คิดว่าจะสามารถฆ่าบอสได้เลยเหรอเนี่ย?” เจ๊หน่ายปรากฏตัวอยู่ข้างๆ เขาพร้อมกับมองลงไปยังกลุ่มผู้เล่นที่อยู่ด้านล่างเย่ฮวายิ้มเจื่อนและส่ายหน้า “ไม่รู้สิ คนเยอะไปหน่อยแค่เอาหัวมุดเข้าไปยังเข้าไปไม่ถึงเลยมั้ง อีกอย่างสถานการณ์ตอนนี้ก็ยุ่งเหยิงวุ่นวายไปหมด ผู้เล่นกลุ่มใหญ่ๆ ก็ยังไม่ลงมือทำอะไรด้วย ฉันก็เลยคิดว่า…….”เขาหยุ