ดโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่เจ๊หน่ายก็พอจะเข้าใจได้ เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้ามันไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวนายก็ให้กวาจื่อพรางตัวไปจัดการกับบอสแล้วแย่งการ์ดมาตอนวินาทีสุดท้ายสิ จะฆ่าบอสได้รึเปล่าไม่สำคัญหรอกประเด็นมันอยู่ที่การ์ดสร้างกิลด์นั่นต่างหากล่ะ”กวาจื่อที่ยืนอยู่ข้างๆ พี่หน่าย สายตาของหมอนั่นชำเลืองมองไปที่หน้าอกหน้าใจของเธอ พร้อมกับเช็ดน้าลายที่มุมปากและพูดว่า “เจ๊หน่ายพูดถูกนะ ถึงเวลานั้นเดี๋ยวฉันจะลองพรางตัวไปจัดการกับมันดู”พี่หน่ายหันมามองกวาจื่อก่อนที่จะจงใจขยับตัวไปมาจนทำให้หน้าอกหน้าใจของเธอเคลื่อนไหวไปมาตามแรงโน้มถ่วง“อึก!”เหล่าผู้เล่นที่อยู่ด้านหลังต่างพากันกลืนน้าลายอึกใหญ่ขณะที่สายตายังคงมองไปที่หน้าอกของเจ๊หน่ายไม่ละสายตาเมื่อเห็นพี่หน่ายมองคนเหล่านั้นด้วยสีหน้าภาคภูมิใจเยว่เอ๋อร์ก็มองไปที่หน้าอกของเจ๊หน่ายก่อนที่จะก้มลงมองของตัวเองแล้วพึมพำขึ้นมาว่า “ก็แค่เนื้อสองก้อน ดูดีตรงไหนเนี่ย!”กวาจื่อเหล่ตามองเยว่เอ๋อร์ “แม่หนู ส่วนที่สำคัญมีอยู่สามจุดนั่นก็คือ หน้า สมองแล้วก็……”“หุบปาก!”เย่ฮวารีบพูดแทรกขึ้นมาเพราะเขารู้ว่าไอ้บ้านี่มีอะไรก็กล้าพูดไปหมด ต่อให้ด้านหลังของเขายังมีเด็กเล็กเด็กน้อยอยู่อีกสิบกว่าคน หมอนี่ก็ไม่คิดจะยับยั้งคำพูดของตัวเองกวาจื่อมองมาที่เขาก่อนที่จะยกมือขึ้นเหนือบ่าแล้วไม่พูดอะไรต่อ เยว่เอ๋อร์วิ่งมาข้างๆ แล้วพูดขึ้น “ฉันรู้ว่าเย่ฮว่าไม่ใช่คนหยาบคายแบบนั้น เขาไม่