จ้านั่นคงจะผิดหวังมากแน่ๆเป็นเพราะเรื่องเมื่อวานจึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเย่ฮวาและกวาจื่อเกิดความสั่นคลอนขึ้น แต่เป็นเพราะคำว่ามิตรภาพที่เชื่อมพวกเขาเอาไว้จึงทำให้เรื่องนี้ไม่สามารถลดความเป็นมิตรภาพให้น้อยลงไปได้เย่ฮวาพยักหน้าตอบกลับไป กวาจื่อเห็นเช่นนั้นก็หันมายิ้มให้เขา “ถ้างั้นเดี๋ยวเจอกันที่ร้านตีเหล็กของเมืองชิงสุ่ยนะ”“โอเค!”……หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จแล้วเย่ฮวาและกวาจื่อก็รีบเข้าเกมทันที ตอนที่เขาเข้ามาอยู่ในเมืองชิงสุ่ย เขาก็จัดการซื้อยามานาและทำการซ่อมไอเท็มเพื่อเตรียมความพร้อมตอนนี้สกิลของเย่ฮวาอยู่ระดับสี่แล้ว ซึ่งการใช้สกิลจะสูญเสียค่ามานามากกว่า 100 หน่วย ตอนนี้ค่ามานาจำนวน 500 กว่าหน่วยของเขาทำให้การเรียกใช้สกิลมีอยู่อย่างจำกัด และถ้านับสกิลคลาสสอง สองสกิลที่เพิ่มขึ้นมาคงจะเป็นเรื่องยากมากที่จะรักษารูปแบบการโจมตีเหมือนก่อนหน้านี้ด้วยค่ามานาเพียงเท่านี้เขาเชื่อว่าทุกอาชีพจะต้องเจอกับปัญหานี้ การใช้สกิลระดับสามนั้นทำให้สูญเสียค่ามานาเยอะก็จริงแต่ส่วนใหญ่ก็อยู่ที่ประมาณ 50 หน่วย ซึ่งมันไม่สามารถที่จะปล่อยสกิลได้เลยหากไม่มีการดื่มโพชั่นเพื่อฟื้นฟูปริมาณมานา สกิลที่เพิ่มขึ้นในตอนนี้ทำให้ค่ามานาที่ต้องใช้สูงขึ้นผู้เล่นเกราะหนังและเกราะหนักต่างก็เกิดมาพร้อมกับค่าสติปัญญาที่ต่าเรี่ยดินกันทั้งนั้น ค่ามานาจึงไม่ได้สูงมากในขณะที่ค่าสติปัญญาของนักเวทย์นั้นมีสูงกว่าจึงทำให้ค่ามานา