ปัง… เสียงดังกล่าวทำให้ผู้คนตื่นตระหนก และน่าขนลุกไม่น้อย
ชุนอวี๋มองหน้าต่างก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ลงมือ!”
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าเชือกรอบลำคอของนางรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนนี้เองที่นางหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง
ขณะนั้นจิตใจของจางซิ่วเอ๋อว่างเปล่า ความรู้สึกว่างเปล่านี้ราวกับว่ามันกำลังจะเลือนหายไป จิตใจของจางซิ่วเอ๋อเต็มไปด้วยความกังวล สับสน และว้าวุ่นอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นเอง หญิงชราคนหนึ่งพลันอุทานออกมา
“นั่น!” หญิงชรายื่นมือออกไปและชี้ไปที่หน้าต่างด้วยร่างกายสั่นเทิ่ม
“ข้า… ข้า… เห็น… ข้าเห็น…” หญิงชราพูดจาติดขัด ทั้งมือไม้ของนางยังอ่อนแรงอย่างกระทันหัน
ชุนอวี๋มองไปที่หน้าต่าง ไม่มีสิ่งอยู่ที่นั่น ทุกอย่างมืดมิด
ชุนอวี๋ตะคอกเสียงดัง “เร็วเข้า รีบลงมือ!”
“ผู้ใด! ผู้ใดตีข้า!” จู่ ๆ ชุนอวี๋รู้สึกว่ามีบางอย่างกระแทกเข้ากับแผ่นหลังของตนเอง
นางหันกลับมาด้วยความตื่นตระหนก
“แม่นางชุนอวี๋ เมื่อครู่ข้าเห็นนายน้อย” หญิงชราที่กล่าวติดขัดในคราวแรก พูดออกมาได้ในที่สุด
ใบหน้าของชุนอวี๋พลันซีดขาว นางโต้กลับทันที “ไร้สาระ! จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร นายน้อยตายตกไปนานแล้ว!”
“เช่นนั้นเป็นผีงั้นหรือ?” หญิงชราอีกคน