่วเอ๋อจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
จางชุนเถาดึงมุมเสื้อของจางซิ่วเอ๋ออย่างระมัดระวังพร้อมกระซิบว่า “พี่หญิงใหญ่ เฝิงซูเหวินผู้นี้เป็นบ้าไปแล้วหรือไม่? หรือเขาคิดที่จะสาดน้ำสกปรกใส่เรา?”
เมื่อได้ยินคำเตือนจากจางชุนเถา จางซิ่วเอ๋อจึงมองดูด้วยความระมัดระวังยิ่งขึ้น
นางก้าวถอยหลัง
ในเวลานี้เอง เฝิงซูเหวินที่คุกเข่าอยู่พลันคลานไปด้านหน้า “ท่านย่า”
“เฝิงซูเหวิน เจ้ามีเรื่องอะไรจงรีบพูด! อย่าเข้ามา! หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้อยู่ข้าจะไม่อดทน!” จางซิ่วเอ๋อมองเฝิงซูเหวินอย่างเย็นชา
เช้าตรู่ จู่ ๆ เฝิงซูเหวินก็วิ่งเข้ามาเช่นนี้ มันทำให้ผู้คนรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
ใจไม่อาจทำร้ายผู้อื่น และใจก็ไม่อาจป้องกันผู้อื่นที่คิดร้ายได้เช่นกัน
ยิ่งไปกว่านั้น นางต้องเผชิญหน้ากับคนเช่นเฝิงซูเหวิน
เฝิงซูเหวินเงยหน้าขึ้นพร้อมจ้องมองจางซิ่วเอ๋อ “ท่านย่า ข้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ทั้งยังทำให้ท่านขุ่นเคืองใจ โปรดอย่าคิดถือสาข้าเลย ข้าขอโทษท่านแล้ว”
หลังพูดจบ เฝิงซูเหวินก็เริ่มตบหน้าตนเองอีกครั้ง
ถึงตอนนี้ เป็นจางซิ่วเอ๋อที่ยิ่งสับสนมากขึ้น
เฝิงซูเหวินมาที่นี่เพื่อขอโทษนางงั้นหรือ?
เฝิงซูเหวินในยามปกติเป็นคนน่ารังเกียจและไร้ยางอาย ไหนจะได้ร