รียกจางซิ่วเอ๋อว่าแม่นางซิ่วเอ๋อแล้ว ทั้งสองสนิทสนมกันมากขึ้น
จางซิ่วเอ๋อยิ้ม “ไม่ล่ะเจ้าค่ะท่านลุงเฉียน ข้าต้องออกไปขายพะโล้”
“เฮ้ สาวน้อยซิ่วเอ๋อ บอกข้าเถิดว่าทำไมเจ้าจึงไม่หยุดขายพะโล้วันนี้เล่า? ข้ากังวลว่าคนพวกนั้นอาจจะยังไม่ยอมแพ้” เถ้าแก่เฉียนกล่าวอย่างกังวล
โรงเตี๊ยมอิ๋งเค่อจวีของเขาเป็นกิจการที่ดีและสามารถปกป้องจางซิ่วเอ๋อได้ในระดับหนึ่ง
เพราะอาจมีบางคนที่คิดตุกติกหรือไม่เล่นตามกติกาที่กำหนดไว้
เถ้าแก่เฉียนกังวลว่าฟู่ต้าเตาและคนอื่น ๆ จะใช้กลอุบายที่น่ารังเกียจกับจางซิ่วเอ๋อ
ถึงเวลานั้นเขาอาจจะไม่สามารถปกป้องได้
จางซิ่วเอ๋อเห็นความกังวลในสายตาของเถ้าแก่เฉียน หัวใจของนางพลันอบอุ่นขึ้นมา
ก่อนหน้านี้นางคิดว่าตนและเถ้าแก่เฉียนไม่ได้เป็นอะไรกันนอกจากคู่ค้าที่ร่วมมือกัน หรือแม้กระทั่งยังให้ความร่วมมือกันอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ตอนนี้นางกลับรู้สึกแตกต่างออกไ ไป
“ขอบคุณท่านลุงเฉียนที่เป็นห่วง แต่ข้ายังต้องขายพะโล้นี้อยู่ ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถเลิกขายเพียงเพราะถูกกลั่นแกล้งได้” จางซิ่วเอ๋อกล่าวต่อ
เมื่อเถ้าแก่เฉียนได้ยินจางซิ่วเอ๋อกล่าวเช่นนั้น เขาพยักหน้ารับและพูดว่า “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่คิดถอย