จะเก็บชิ้นเนื้อนี้ไว้กับตัวได้เช่นไร?
การค้าเดียวที่นางพอจะทำได้คือขายพะโล้
การค้านี้ทำเงินได้ และยังไม่โดดเด่นจนเตะตาผู้คนมากเกินไป นางจะยอมแพ้ง่าย ๆ ได้เช่นไร?
จางซิ่วเอ๋อตั้งร้านอีกครั้ง
มันดึงดูดความสนใจจากแผงลอยรอบ ๆ อย่างมาก
แม่เฒ่าผู้หนึ่งที่ขายบะหมี่หยางชุนเข้ามาพร้อมกล่าวเสียงกระซิบ “เหตุใดเจ้าจึงมาที่นี่อีก?”
จางซิ่วรู้ว่าแม่เฒ่าผู้นี้ไม่มีเจตนาร้าย เพราะบะหมี่หยางชุนและพะโล้ไม่ได้ขัดผลประโยชน์กัน
บางคนที่มาซื้อพะโล้ ก็จะกินบะหมี่หยางชุนหนึ่งชาม และคนที่มากินบะหมี่หยางชุน ก็จะแวะซื้อพะโล้บ้างเป็นบางครั้ง
ทั้งสองน่าจะเอื้อผลประโยชน์ต่อกันเสียมากกว่า
จางซิ่วเอ๋อกล่าวด้วยรอยยิ้ม “การขายพะโล้นี้ต้องดำเนินต่อไปเจ้าค่ะ”
“สาวน้อย ข้าขอแนะนำ… หากเป็นไปได้ อย่ามาค้าขายที่นี่อีก” นางพูดพร้อมเอามือลูบใบหน้าซีดเผือดของตนเอง
นางอยู่ในชุดกระโปรงสีฟ้าอ่อน มีรอยเปื้อนตามเสื้อผ้าเป็นด่างดวง ซึ่งมันอาจจะเป็นรอยจากน้ำแกงที่กระเด็นใส่ขณะปรุงบะหมี่
แม้จะดูเหมือนไม่ค่อยสะอาดนัก แต่คนที่มาที่นี่ล้วนแต่มาเพื่อกิน พวกเขาไม่ค่อยสนใจกับผู้อื่นมากนัก
ในบรรดาคนเหล่านี้ มีเพียงจางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถาที่แต่งตัวสะอ