“นังเด็กแพศยา เจ้าลองพูดอีกครั้งสิ! คอยดูว่าข้าจะสอนบทเรียนเจ้าอย่างไร!” เฝิงซูเหวินเบ้ริมฝีปาก ขบฟันแน่นแ และกล่าวด้วยสีหน้าดุร้าย
จางซิ่วเอ๋อมองเฝิงซูเหวินด้วยสายตาเย็นชา “ข้าเพิ่งกล่าวอันใดหรือ? เจ้าไม่รู้จักสำเหนียกตนเอง แล้วยังกล้ามา าสร้างปัญหาให้ข้าอีก! เจ้าไม่ถามเจ้านายของเจ้าดูเล่าว่าข้าเป็นใคร!”
จางซิ่วเอ๋อกล่าวคำเหล่านี้ด้วยเสียงดังกึกก้อง
เฝิงซูเหวินได้ยินก็อึ้งไปเล็กน้อย เขาคล้ายกับคิดไม่ถึงว่าฐานะผู้ดูแลตระกูลเนี่ยของเขาจะไม่ทําให้จางซิ่วเอ๋อ ตกใจ
เฝิงซูเหวินเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา “ต้าเตา แม่นางน้อยผู้นี้เป็นใครกันแน่? ไม่ใช่หลานสาวของเถ้าแก่เฉียนหรอกหรือ อ?”
“ใช่แล้ว หากนางมีฐานะสูงส่งจะมาขายเนื้อพะโล้ที่นี่ได้หรือ?” ฟู่ต้าเตาแค่นเสียงเย็นชา
เฝิงซูเหวินรู้สึกมั่นใจเป็นอย่างมาก จึงมองไปยังจางซิ่วเอ๋อและกล่าวอย่างโกรธเคือง “นังเด็กเหลือขอ เจ้าคิดว่าก กล่าววาจาเหลวไหลแค่ไม่กี่คำ ข้าจะกลัวเจ้าหรือ? เจ้าสามารถเปิดเผยตัวตนของเจ้าหรือไม่? ข้าได้ยินมาว่าเจ้าเป็นแม ม่ม่าย อย่าเอาแต่ปรนนิบัติบุรุษที่มีฐานะเลย พูดออกมาสิ!”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เฝิงซูเหวินก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
ฟู่ต้าเตาเองก็ยิ้มเช่นกัน