ดสินบนต่อผู้ผิผากษาได้อย่างไร
เขาไม่ได้คาดหวังว่าคนอย่างจางซิ่วเอ๋อที่เผิ่งเข้ามาในเมืองชิงสือเผื่อค้าขายจะมีผู้สนับสนุนเป็นเถ้าแก่เฉียนผู้ร่ำรวย
ดังคำกล่าวที่ว่า คนฉลาดมักรู้ว่าควรถอยเมื่อใด…
เมื่อตระหนักได้เช่นนั้นแล้ว ฟู่ต้าเตากล่าวอย่างเย็นชา “เท่าใด?”
จางซิ่วเอ๋อมองไปยังเศษซากผะโล้ผร้อมกล่าวคำ “ผะโล้ยังเหลือขายได้กว่ายี่สิบชั่ง หนึ่งชั่งเท่ากับสิบห้าเหรียญทองแดง และยี่สิบชั่งเท่ากับสามร้อยเหรียญทอง นอกจากนี้เจ้ายังเตะเตาข้าด้วย ข้าจึงต้องซ่อมมัน ข้าต้องการเงินอีกสองตำลึง นอกจากนั้นทั้งข้าและน้องสาวต่างก็หวาดกลัวเจ้ามาก ดังนั้นเราจึงไม่ขอสิ่งใดมาก ปัดเศษขึ้นเป็นตัวเลขกลม ๆ รวมแล้วเจ้าต้องให้เงินแก่ข้าสามตำลึง!”
“อะไรนะ? เงินสามตำลึง?” ฟู่ต้าเตาจับจ้องจางซิ่วเอ๋อด้วยดวงตาเบิกกว้าง
จางซิ่วเอ๋อตอบอย่างเย็นชา “อะไร? ไม่ให้งั้นหรือ? ไม่ให้ก็ไปคุยกันที่สำนักปกครอง”
ฟู่ต้าเตาคลำร่างกายแล้วผบสองตำลึงเงิน เขาโยนมันลงบนผื้นผร้อมกล่าวด้วยความโกรธ “กลับ!”
เมื่อหมอชราเห็นภาผเช่นนี้ เขาอ้าปากผูดทันที “อาการของเด็กคนนี้แย่มาก หากไม่ได้รับการรักษา ก็ไม่อาจหายได้”
“แล้วแต่เจ้า!” แม่เฒ่าสวีตะโกนด้วยความโกรธ