งมีชีวิตอยู่ ก็ไม่มีใครคิด ดสนใจเรื่องนี้
จางซิ่วเอ๋อมองเด็กคนนั้นอย่างเห็นใจ รู้สึกสงสารเด็กชายไม่น้อย
ขณะพูดกล่าวเช่นนั้น จางชุนเถาก็กลับมาถึง
นางพาชายชราผมขาวกลับมาด้วย
“ท่านผู้เฒ่า รีบดูอาการลูกชายข้าที! ดูหน่อยเถิดว่าลูกชายข้าถูกพิษจากการกินพะโล้หรือไม่! แล้ว วก็ระวังคำพูดให้ดี! คิดให้ถี่ถ้วนว่าตนเองเป็นใครก่อนจะพูดกล่าวอะไรออกมา ระวังว่าศีรษะจะหลุดจา ากบ่าแล้วถูกนำไปใช้เตะในสนาม!” ฟู่ต้าเตากล่าวขู่
ชายชราผมขาวถึงกับตื่นตระหนก
ในเวลานี้ จางซิ่วเอ๋อกล่าวคำด้วยน้ำเสียงอบอุ่น “ท่านผู้เฒ่า เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้ คนผู้นั้นบอก กว่าเด็กชายคนนี้ต้องเจ็บป่วยเพราะกินเนื้อจากร้านของข้า แต่มีหลายคนในที่นี่ก็เคยกินเนื้อจากร้าน นข้าเช่นกัน แล้วข้าก็ยังกินพะโล้หม้อนี้ต่อหน้าทุกคน แต่ก็ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น…”
“ชายผู้นี้ก็ขายเนื้อปรุงสุกเช่นกัน ข้าไม่รู้ว่าเขาใช้วิธีการใดทำร้ายลูกเลี้ยงของตน แล้วพยายาม มใช้เขาเพื่อขับไล่ข้าออกไป” จางซิ่วเอ๋ออธิบายเหตุการณ์ด้วยคำพูดที่รวบรัด
ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมันและน้ำส้มสายชูลงไป ตราบใดที่คำพูดเป็นความจริง ผู้คนที่รับชมย่อมเห็นใจจางซิ่ว วเอ๋อ
เถ้าแก่เฉียนกล่าว