ายามจัดแจงให้ทุกคนได้พบหน้ากันก่อนจะหมั้นหมาย
อย่างน้อยจะได้ดูว่าต่างฝ่ายต่างเหมาะสมกันหรือไม่ ต่อให้ไม่สนความคิดเห็นของคนหนุ่มสาว แต่คนเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องออกความคิดเห็นบ้าง
เหมาะสมหรือไม่ แค่ดูก็รู้แล้ว
จางซิ่วเอ๋อยิ้มเม้มปาก “เกวียนเป็นของบ้านนี้หรือเจ้าคะ หรือท่านอาเล็กของข้าจะมีใจให้เขา เมื่อครู่นี้ยังอวดเรื่องเกวียนกับข้าอยู่เลย ประหนึ่งว่าเป็นของนางอย่างไรอย่างนั้น”
จางซิ่วเอ๋อพูดแล้วก็รู้สึกว่าไม่ค่อยถูกหลักเหตุผลจึงเอ่ยต่อ “แต่ท่านอาเล็กของข้าหัวสูงยิ่งกว่าฟ้า ครอบครัวนี้ดูไม่เลวตรงที่มีเกวียนวัว แต่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ตระกูลใหญ่ อาเล็กข้าจะยินยอมหรือ?”
จางซิ่วเอ๋อเคยได้ยินจางอวี่หมินพูดเกินกว่าหนึ่งครั้งว่าจะแต่งเข้าตระกูลใหญ่ไปเป็นฮูหยินน้อยหรืออนุภรรยา
ครอบครัวที่มีเกวียนวัวนี้คงทำให้จางอวี่หมินเป็นฮูหยินน้อยไม่ได้หรอก
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ จางอวี่หมินจะตกลงได้อย่างไร?
แม่โจวเอ่ยยิ้ม ๆ “อาเล็กของเจ้าไม่ยอมอยู่แล้ว”
“ในเมื่อไม่ยอม แล้วทำไมย่าข้าถึงให้พวกเขามาที่บ้านอีกล่ะเจ้าคะ?” จางซิ่วเอ๋อไม่ค่อยเข้าใจนัก
แม่โจวเอ่ยต่อ “ตอนพวกเขามาก็นำสินสอดมาให้ไม่น้อย ย่าเจ้าเป็นคนอย่างไรเจ้าไม่ร