มีเกวียนวัวเพิ่มมาหนึ่งคันล่ะ? ย่าข้ายอมเสียเงินซื้อเกวียนจริง ๆ หรือ?” จางซิ่วเอ๋อถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นางไม่ได้อิจฉาและไม่ได้อยากมีอย่างผู้อื่นก็จริง แต่ความอยากรู้อยากเห็นนั้นมีกันทุกคน
นางอยากรู้จริงๆ ว่าเกวียนวัวนี่มาจากไหน
แม่โจวได้ฟังดังนั้นจึงมองออกไปข้างนอกและบอก “เจ้าหมายถึงเกวียนวัวคันนั้นหรือ บ้านเราไม่ได้ซื้อมาหรอก นั่นน่ะ…..ของผู้อื่น”
แม่โจวตอบโดยไม่คิดอะไร แต่จางซิ่วเอ๋อแทบพ่นน้ำออกมา
เกวียนวัวของบ้านอื่น?
แล้วที่จางอวี่หมินอวดเกวียนวัวคันนี้ด้วยท่าทางยโสโอหังนั่นหมายความว่าอย่างไร?
จางซิ่วเอ๋อเกิดความรู้สึกหมดแรงขึ้นมาในใจ ในฐานะคนปกติแล้ว ไม่สามารถเข้าใจตรรกะของพวกสุดโต่งได้จริง ๆ
แม่โจวเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อสนอกสนใจจึงเล่าต่อ “มีคนมาที่บ้าน”
“ใครกัน?” จางซิ่วเอ๋อถามอย่างแปลกใจ
“ได้ข่าวว่าเมื่อก่อนเป็นสหายรักของย่าเจ้า แต่งงานไปที่เมืองข้างเคียง มาครั้งนี้ถึงจะบอกว่ามาเยี่ยม แต่ความจริงแล้วอยากให้ลูกชายได้มาเจออาสาวของเจ้า” แม่โจวกล่าวต่อ
จางซิ่วเอ๋อฟังเสร็จก็ดูจะถึงบางอ้อ “มา….ดูตัวหรือเจ้าคะ?”
สมัยโบราณ คนที่จนแต่งงานก็ยังไม่เคยพบหน้ากันและกันมีถมเถไป
แต่บางครอบครัวก็จะพย