่วเอ๋อรีบบอก “ไม่เป็นไร ข้าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้แหละ”
พูดเสร็จ จางซิ่วเอ๋อก็เดินเข้าไปในห้อง
รอจนจางซิ่วเอ๋อเปลี่ยนชุดเสร็จและออกมาแล้ว กองไฟนั้นก็เหลือเพียงขี้เถ้า
จางชุนเถาและจางซานหยาสองคนกำลังหารวงข้าวสาลีที่ย่างสุกแล้วในกองไฟ
จางซิ่วเอ๋อจึงลืมความกระอักกระอ่วนเล็กๆ นั้นไปชั่วขณะ ขณะนี้กำลังถูรวงข้าวสาลีกินอยู่ เมื่อครู่มันยังร้อนอยู่นิดหน่อยตอนที่วางบนมือ
“ซี้ด….” จางซิ่วเอ๋อครวญเบาๆ
เนี่ยหย่วนเฉียวมองมาทันทีด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย
รอจนเห็นว่าจางซิ่วเอ๋อไม่เป็นไรแล้ว สายตาของเนี่ยหย่วนเฉียวถึงได้อ่อนลง
รวงข้าวสาลีไหม้จนเป็นสีดำ เมื่อหยิบมาถูเบาๆ เมล็ดข้าวสาลีข้างในก็จะเผยออกมา เม็ดข้าวมีสีดำเล็กน้อย ทว่าส่งกลิ่นหอมเตะจมูก
พอเอาเข้าปากยิ่งได้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์
จางซิ่วเอ๋อกินไปกินมาก็ชักหยุดไม่ได้
ดีที่เอารวงข้าวสาลีกลับมาหนึ่งตะกร้าเต็ม แม่โจวออกแรงกดให้แน่นๆเพื่อใส่มาให้พวกนางได้เยอะๆ รวงข้าวสาลีจึงมีพอกิน
แน่นอนว่าเถี่ยเสวียนไม่ต้องให้จางซิ่วเอ๋อเรียก เขาในตอนนี้ไม่ขยะแขยงแล้วว่าสกปรก ยื่นมือออกไปหยิบรวงข้าวสาลีที่เมื่อครู่จางชุนเถาคุ้ยออกมาจากกองขี้เถ้าทันที
จางชุนเ