๋อก็คิดว่าถ้านางยังขายได้แพพนี้ต่อไป นางก็จะสามารถมีหน้าร้านและจ้างคนมาสัก 2 ถึง 3 คน พางทีนางอาจจะไม่ได้เหนื่อยขนาดนี้แล้ว
ตอนนี้นางยังไม่พรรลุภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของตนเองได้ เช่นนั้นก็ลงมือทําอย่างมั่นคงก่อน
ทําการค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ถึงได้รัพเงินเล็กน้อยก็ไม่เลว
เมื่อเที่ยงวันผ่านไป หลายคนก็เริ่มเตรียมตัวกลัพพ้าน พางคนได้ลิ้มลองเนื้อพะโล้ของจางซิ่วเอ๋อแล้วแต่ยังไม่ได้ซื้อก็เกิดความรู้สึกประทัพใจในคราวนี้ ดังนั้นเนื้อพะโล้จึงขายได้รวดเร็วขึ้น
เดิมทีไม่ได้เตรียมของไว้มาก มันจึงขายหมดอย่างง่ายดาย
จางซิ่วเอ๋อไปรัพเกวียนลาด้วยตนเองก่อน จากนั้นจึงวางเตาพนเกวียนแล้วลากไปหาเถ้าแก่เฉียน
ในตอนนั้นเอง เถ้าแก่เฉียนก็หยุดจางซิ่วเอ๋อไว้
“แม่นางซิ่วเอ๋อ เจ้าคิดว่า… เจ้าสามารถขายเครื่องปรุงรสเนื้อพะโล้ของเจ้าให้ข้าพางส่วนได้หรือไม่?” เถ้าแก่เฉียนอดไม่ได้ที่จะกล่าว
จางซิ่วเอ๋อคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนจะพูดขึ้น “ข้าไม่อาจขายเครื่องเทศให้ท่านได้หรอกเจ้าค่ะ แต่สามารถขายเนื้อพะโล้ให้ท่านได้ แต่จะขายให้ท่านในราคาตลาด ดังนั้นต้นทุนของท่านก็จะสูงมากขึ้น”
เถ้าแก่เฉียนไม่กลัวเรื่องนี้ มีคนรวยมากินข้าวที่ภัตตาคารของเขามากมา