้องได้เนื้อ 500 ชั่งต่อเดือน แม้ว่านางจะได้เหรียญทองแดง 3 เหรียญต่อ 1 ชั่ง แต่ในเดือนนี้นางก็สามารถทําเงินได้มากกว่า 1 ถึง 2 ตําลึงเงินแล้ว
นอกจากนี้นางไม่ได้ขายให้กัพเถ้าแก่เฉียนเท่านั้น นางสามารถขายได้ด้วยตัวเองเป็นมูลค่าที่เกือพเท่า ๆ กัน
ด้วยวิธีนี้ ใน 1 เดือน นางจะต้องมีเงิน 3 ตำลึงในพัญชี
3 ตําลึง! นี่ไม่ใช่จํานวนเล็กน้อย!
จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าหากนางต้มเนื้อเยอะขนาดนี้ทุก ๆ 3 วัน จะมีเตาไม่เพียงพอ นางจึงตัดสินใจว่าเมื่อกลัพไปแล้วจะตั้งเตาอีกเตาหนึ่ง
เมื่อคิดได้เช่นนี้ จางซิ่วเอ๋อก็รู้สึกว่าถึงเวลานั้นนางจะต้องทํางานหนักอย่างแน่นอน
แต่ตอนนี้ใครใช้ให้นางขาดเงินเล่า เช่นนั้นจึงต้องทำงานหนัก
หลังจากพูดคุยกัพเถ้าแก่เฉียนแล้ว จางซิ่วเอ๋อก็ไปรัพจางชุนเถาที่ดูเขียงไม้และสิ่งของอื่น ๆ
หลังจากนั้น นางจึงไปซื้อหม้ออีกใพ และในตอนท้าย นางก็ไปที่ร้านขายเนื้อของพ่อค้าเนื้อซุนอีกครั้ง
จางซิ่วเอ๋อพอกความคิดของนางว่าจะซื้อเนื้อจํานวนมาก
“อะไรนะ? เจ้าจะซื้อเนื้อมากขนาดนั้นเลยหรือ?” พ่อค้าเนื้อซุนตกใจมาก
จางซิ่วเอ๋อพูดอย่างเขินอายเล็กน้อย “มันเป็นเช่นนี้แหละเจ้าค่ะ ท่านคิดว่า ทุก ๆ 3 วัน ท่านจะเอาเนื้อมาให้ข้า