บบไหนหรือเจ้าคะ?”
“เนื้อ!” สตรีผู้นั้นคนนั้นขอชิมเนื้ออย่างไม่ลังเล
จางชุนเถาเลือกชิ้นเนื้อไม่หนาไม่บางพร้อมกับเสียบไม้ยื่นให้สตรีผู้นั้น
แท่งไม้ไผ่นี้จางซิ่วเอ๋อเป็นคนเหลา ในตอนแรกจางชุนเถาก็ไม่เข้าใจว่าทำไม แต่ในตอนนี้นางรู้แล้วว่านางกำลังจะยื่นเนื้อให้ลูกค้า ไม่จำเป็นต้องให้จางซิ่วเอ๋อพูดอะไร นางก็เข้าใจได้ทันทีว่าแท่งไม้ไผ่นี้มีไว้สำหรับสิ่งใด
สตรีผู้นั้นคว้าเนื้อใส่ปากของตน จากนั้นนางเผยสีหน้าพึงพอใจออกมา
“อะ… อร่อยนัก” สตรีผู้นั้นกล่าวอย่างตื่นเต้น
“เช่นนั้นข้าไปแล้วนะ?” จากนั้นนางจึงกล่าวอย่างกังวลเล็กน้อยเมื่อคิดว่าตนต้องจ่ายเงิน
จางซิ่วเอ๋อยิ้ม “ตามสบายเถิดเจ้าค่ะ ถ้าคราวหน้าท่านอยากกินอีกก็มาซื้อได้นะเจ้าคะ!”
สตรีผู้นั้นก้าวออกไปสองสามก้าวก่อนที่จะรู้สึกผ่อนคลายลง
บางคนที่เฝ้าดูอยู่ด้านข้างก็ได้เห็นแล้วว่าเป็นเรื่องจริง นอกจากนี้จางซิ่วเอ๋อและจางชุนเถายังเป็นเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ เพียงสองคน ทั้งสองไม่มีความสามารถที่จะฉุดรั้งการจากไปของพวกเขา ดังนั้นทุกคนจึงคลายความกังวลและกล้าเดินตรงเข้าไปชิม
เพียงเวลาไม่นาน แถวก็เริ่มตั้งยาว
เนื้อของจางซิ่วเอ๋อนั้นอร่อยมาก บางคนมาเพียงเพราะต้อ