นท้องทุ่งไม่ได้หรอก!”
น่าขำสิ้นดี ปล่อยให้หญิงท้องโตที่เดิมทีมีครรภ์ไม่มั่นคงลงไปทำงาน นี่ไม่ใช่การกลั่นแกล้งคนหรอกหรือ?
แม่เถากล่าวออกมาด้วยเสียงดุดัน “นังเด็กแพศยา อย่าคิดว่าพวกข้าไม่รู้กลอุบายของเจ้ากับท่านหมอเมิ่ง อยากให้ข้าพูดรึ ว่าสัปดาห์นี้ที่โจวเหมยจื่อกินได้นอนหลับได้ ก็เพราะพวกเจ้าสองคนร่วมมือกันหลอกคน!”
สีหน้าของจางซิ่วเอ๋อพลันเปลี่ยนเป็นดำคล้ำเมื่อได้ยินเช่นนี้ จึงตะโกนออกไปข้างนอก “พวกท่านอย่ากล่าววาจาไร้สาระ! ชื่อเสียงของข้าไม่ดีอยู่แล้ว อาจจะทำให้พวกท่านเสียหายไปด้วย! ถึงตอนนั้นข้าว่าอาเล็กของข้าคงแต่งงานได้ไม่ง่ายนัก!”
จางอวี่หมินได้ยินดังนั้นก็สะดุ้งโหยงทันที
ก่อนหน้านี้นางมัวแต่หยิ่งผยองและระบายความโกรธเคือง จนลืมนึกไปว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับตัวเอง
ท้ายที่สุดแล้ว การมีหญิงสาวผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงย่ำแย่อยู่ในตระกูลนี้ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อตัวนางเลย
แม่เฒ่าจางเองก็รู้สึกประหม่าขึ้นมาเช่นกัน “พอได้แล้ว ทุกคนมีอะไรควรทําก็ไปทำ เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลัง!”
เมื่อแม่เฒ่าจางกล่าวมาถึงตรงนี้ ก็ลดเสียงลงกลายเป็นกระซิบกระซาบ
แน่นอนว่าวาจาของนางคือการสาปแช่งจางซิ่วเอ๋อ ทว่าด้วยวิธีน