คำพูดของอันจิ่งเทียนฟังดูมีเหตุผล แต่คนในที่นั้นกลับไม่มีใครใส่ใจนัก
หวงเจิ้งเหลือบมองหวงไห่เทาที่อยู่ข้างหลัง เมื่อเห็นว่าเขาดูไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง จึงได้แต่พยักหน้าแล้วคิดจะจบการประชุมนี้ ส่วนผู้ปลุกพลังสายอัคคีที่ตายไป ก็ไม่ใช่คนของฝ่ายเขาอยู่แล้ว และกลุ่มนักศึกษาที่เป็นผู้ปลุกพลังก็ย่อมไม่ปล่อยคนกลุ่มนี้ไปง่ายๆ
“ถ้าอย่างนั้น ก่อนอื่นเลย ผมในนามตัวแทนของวิทยาลัย ขอขอบคุณสหายอันจิ่งเทียนสำหรับประเด็นที่หยิบยกขึ้นมา”
“เราจะพิจารณาความเป็นไปได้ของเรื่องนี้อย่างรอบคอบ หลังจากหารือกันแล้วค่อยมาดูกันว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร”
หวงเจิ้งพูดจาเป็นทางการ ถ้อยคำไร้ที่ติ
อย่างไรเสียคำพูดก็พูดไปแล้ว ส่วนเรื่องประชุมหารือ…ไม่รีบ ค่อยๆ คุยกันไปก็ได้
อันจิ่งเทียนมองออกว่าเขาคิดจะจบการประชุม จึงไม่ลังเลที่จะโยนระเบิดลูกใหญ่ลงมา
นี่ก็เป็นสิ่งที่เขาได้หารือกับจางเถี่ยและเวินหย่าบนรถแล้ว ว่าหากวิทยาลัยไม่ให้ความสำคัญกับการอาละวาดของฝูงซอมบี้จะทำอย่างไร
“ถ้าทุกท่านคิดว่าการอาละวาดของฝูงซอมบี้เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย…”
“งั้นผมสามารถบอกทุกท่านได้เลย”
“ข้อที่สอง…อีกหนึ่งปีข้างหน้า ทั่วโลกจะเกิดมหันตภัยระดับสากล!”
“ภั