หวงเจิ้งมองดูหลานชายของตัวเองค่อยๆ ล้มลง หวงไห่เทาในฐานะผู้ค้ำจุนที่แข็งแกร่งที่สุดของฝ่ายผู้บริหารวิทยาลัย หรือจะพูดได้ว่าเป็นหลักประกันเดียวที่เขามีเพื่อเอาชีวิตรอดในวันสิ้นโลก
“ยังจะยืนบื้ออยู่ทำไม!”
เขาสีหน้าบ้าคลั่งไม่เหลือความหวาดกลัวเหมือนเมื่อก่อน
“ขึ้นไปพร้อมกันสิ! พวกแกไอ้พวกโง่! รีบฆ่าพวกมันเร็ว!”
หายใจถี่กระชั้น เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่าหากไม่มีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว ในวิทยาลัยยังมีใครจะฟังคำสั่งของเขาอีก
ฝูงชนขี้ขลาด…คนส่วนใหญ่ที่แข็งแกร่งจริงๆ ไปที่ภูเขาด้านหลังแล้ว
ไม่มีใครไม่กลัวตาย ต่อให้สามารถฆ่าจางเถี่ยกับพวกนั้นได้ แล้วใครจะตายล่ะ?
ต่างจากหวงเจิ้งที่ตกใจและโกรธจนคิดว่าหวงไห่เทาตายไปแล้ว ในฐานะผู้ปลุกพลังเหมือนกัน พวกเขารู้ว่าเขายังมีลมหายใจอยู่
“แกอยากจะฆ่าใคร?”
ขณะที่หวงเจิ้งสีหน้าบ้าคลั่งผลักไสผู้ปลุกพลังข้างๆ ร่างที่แปลกประหลาดปรากฏขึ้นจากเงา อันจิ่งเทียนใช้มีดสั้นจ่อที่คอของเขาอย่างแม่นยำ
สัมผัสที่เย็นเฉียบของโลหะทำให้เขาสติกลับคืนมาในทันที
…
“อย่างที่พวกคุณเห็น พวกเราไม่ได้อยากจะลงมือฆ่าคน”
ห้องประชุมรกเละเทะ ทุกคนเงียบกริบมองอันจิ่งเทียนบนเวทีประธาน
อุ้งมือขนาดใหญ่ของจางเถี่ยบีบหัวของอธิการบดีที่ตัวสั่นเทา
สถานการณ์บีบบังคับ ไม่มีใครยอมเป็นนกหัวขวานอีกต่อไป
“ถ้าไม่มีความเห็นอื่นแล้ว ฉันจะอธิบายเรื่องที่สามที่เรามาครั้งนี้อย่างละเอียด”
ถึงแม้จะ