ั่งเชิงดู “เจ้านาย ถามแล้วได้คำตอบอะไรไหมขอรับ?”
“นางบอกว่าชอบหมอเมิ่งในฐานะเพื่อน” เนี่ยหย่วนเฉียวบอก
เถี่ยเสวียนได้ยินแบบนั้นแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “นั่นก็หมายความว่าตอนนี้หมอเมิ่งยังไม่ใช่คนในใจของนาง แต่ในอนาคตก็อาจเป็นไปได้” เถี่ยเสวียนคิดว่าเป็นไปได้ จางซิ่วเอ๋อพูดแบบนี้ก็หมายความว่าจางซิ่วเอ๋อไม่รังเกียจหมอเมิ่ง
ในเมื่อไม่รังเกียจ ก็หมายความว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้
จู่ ๆ เนี่ยหย่วนเฉียวก็ขยับตัว เขาหันมองเถี่ยเสวียนด้วยสายตาสื่อความนัย “เป็นไปไม่ได้” ระหว่างที่พูด รอบตัวเนี่ยหย่วนเฉียวมีกลิ่นอายเย็นเยียบแผ่ซ่านออกมา
เถี่ยเสวียนรีบถอยหลังไปหนึ่งก้าวและเอ่ยขึ้น “เจ้านาย อย่าโมโหไปนะขอรับ ข้าไม่ได้พูดอะไรเลย ข้าแค่พูดในเชิงคาดเดาเท่านั้น ไม่แน่ว่าคนในใจของจางซิ่วเอ๋ออาจเป็นเจ้านายก็ได้ขอรับ”
เนี่ยหย่วนเฉียวฟังมาถึงนี่สายตาที่มองเถี่ยเสวียนก็อ่อนโยนขึ้นมา
“เจ้านาย ท่าน...” เถี่ยเสวียนตะลึงกับสายตาของเนี่ยหย่วนเฉียว
“เจ้านาย ท่านคงไม่ได้…จางซิ่วเอ๋อจริง ๆ …” เถี่ยเสวียนยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าเป็นไปได้
เนี่ยหย่วนเฉียวเห็นท่าทางแบบนี้ของเถี่ยเสวียนแล้วพูดขึ้นอย่างแน่วแน่ “นางเคยช่วยชีวิตข้า ข้าทำให้นางเ