้ว่าเขาในตอนนี้ยังเทียบชายกำยำในหมู่บ้านไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็สามารถเดินองอาจอยู่ใต้แสงแดดได้แล้ว
ถ้าไม่ได้พวกเขา ตอนนี้เขาคงกลายเป็นดินไปแล้ว
จางซิ่วเอ๋อฟังแล้วหัวเราะลั่น “เรากินข้าวกันก่อนดีกว่า ข้าวมื้อนี้ข้าตั้งใจทำให้ท่านอาเมิ่งและเอ้อร์หลางเลยนะ”
จ้าวเอ้อร์หลางหน้าแดงและพูดเขินๆ “พี่ซิ่วเอ๋อ….”
จางซิ่วเอ๋อยิ้มและคีบกับข้าวให้จ้าวเอ้อร์หลาง “เอ้อร์หลาง เจ้ากินขาไก่นี่ก่อน”
พูดเสร็จจางซิ่วเอ๋อก็ตักของในถ้วยให้้จ้าวเอ้อร์หลางและพูดกับเขา “เอ้อร์หลาง เจ้าต้องกินเยอะๆนะ อีกหน่อยจะได้ตัวสูงๆ”
จางซิ่วเอ๋อเสียงอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัวตอนคุยกับจ้าวเอ้อร์หลาง
สายตาเนี่ยหย่วนเฉียวแข็งทื่อไปอีกครั้ง แต่หลังจากนั้นเนี่ยหย่วนเฉียวก็เห็นร่างกายอันเล็กกระเปี๊ยกของจ้าวเอ้อร์หลาง
สายตาของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง ก่อนจะทอดสายตาไปที่บัณฑิตจ้าว
จ้าวเอ้อร์หลางไม่ใช่คนที่จางซิ่วเอ๋อชอบแน่ แต่บัณฑิตจ้าว…..
จางซิ่วเอ๋อไม่รู้หรอกว่าการที่ตนแค่เลี้ยงข้าวทุกคนโดยไม่คิดอะไร กลับเป็นผลทำให้เนี่ยหย่วนเฉียวนี่นั่งอยู่ข้างกายคิดจริงจังขนาดนี้
อย่าว่าแต่จางซิ่วเอ๋อเลย แม้แต่เถี่ยเสวียนที่เป็นคนออกความเห็นให้เนี่ยห