ึงให้ความรู้สึกเป็นคนนุ่มนวล
อีกทั้งท่านหมอเมิ่งก็ไม่มีครอบครัวด้วย…..
เนี่ยหย่วนเฉียวมองท่านหมอเมิ่งไปพลาง วิเคราะห์ในใจไปพลาง
หรือว่าคนที่จางซิ่วเอ๋อชอบคือท่านหมอเมิ่ง?
พอคิดแบบนี้แล้วเนี่ยหย่วนเฉียวก็ใจกระตุกวูบ ดูเหมือนจะเป็นไปได้อยู่ คราวก่อนเขาเห็นกับตาว่าท่านหมอเมิ่งมีท่าทางสนิทสนมกับจางซิ่วเอ๋อ
“เจ้านาย คิดอะไรอยู่หรือ ทำไมไม่กินข้าว?” เถี่ยเสวียนพูดพลางคีบข้าวเข้าปาก เมื่อเหลือบมองเนี่ยหย่วนเฉียวที่ยังไม่ขยับตะเกียบแล้วก็อดพูดไม่ได้
เมื่อคืนพวกเขาทั้งคู่ก็เหนื่อยมากนะ
“ซิ่วเอ๋อ เจ้าไม่ต้องขอบคุณข้าหรอก ระหว่างเราไม่จำเป็นต้องเกรงใจขนาดนั้น” ท่านหมอเมิ่งพูดด้วยสีหน้าอ่อนโยน
เนี่ยหย่วนเฉียวสายตาแข็งทื่อไป ความสัมพันธ์อะไรกัน? เหตุใดถึงไม่ต้องเกรงใจ!
จางซิ่วเอ๋อกล่าวยิ้มๆ “ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องขอบคุณท่านอา ถ้าไม่ได้ท่านอา ข้าและชุนเถาสองพี่น้องก็คงไม่มีวันนี้”
ท่านหมอเมิ่งพูดอย่างขัดเขิน “เจ้าพูดแบบนี้ข้าก็ละอายใจจริงๆ”
บัณฑิตจ้าวก็หัวเราะเสียงนุ่ม “ถ้าให้ข้าพูดนะ หากต้องขอบคุณก็ต้องเป็นข้าที่ขอบคุณพวกเจ้า”
บัณฑิตจ้าวรู้สึกว่าจางซิ่วเอ๋อและท่านหมอเมิ่งเป็นสองคนที่เปลี่ยนชีวิตเขาไป
แม