ติ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน
เถี่ยเสวียนไม่ได้แค่อยากแขวนคอตัวเองอีกต่อไป เขาอยากจะแขวนคอเนี่ยหย่วนเฉียวให้ตายไปด้วยกันกับตนแล้ว!
แม้ว่าความคิดเช่นนี้จะดูไม่สมควรนัก แต่เขาก็คิดเช่นนั้นจริง ๆ
แน่นอนว่าเขาคิดแบบนั้นอยู่ชั่ววูบหนึ่งก่อนจะเริ่มประณามตัวเองในใจ เขาจะมีความคิดเช่นนี้ได้อย่างไร?
เขาสูดหายใจเข้าและพูดอย่างจริงจัง “เจ้านาย หากท่านไปถามจางซิ่วเอ๋อเช่นนี้ จางซิ่วเอ๋อจะไม่บอกท่านอย่างแน่นอน! ”
“ทำไม?” เนี่ยหย่วนเฉียวไม่เข้าใจ
เถี่ยเสวียนรู้สึกว่าเจ้านายของเขาช่างมีเชาวน์ปัญญาสูงแต่ไหวพริบทางอารมณ์ต่ำเหลือเกิน!
เขาจำต้องรับหน้าที่เป็นกุนซือหัวสุนัข*อีกครั้ง “สตรีทุกคนล้วนหน้าบาง หากท่านถามเช่นนี้ ไม่เพียงแต่นางจะไม่บอกท่าน แต่อาจโกรธจนห่างเหินท่านไปเลยก็ได้” ต่อให้เขาคิดว่าจางซิ่วเอ๋อไม่ใช่คนหน้าบางก็ตาม…
*ที่ปรึกษาที่ให้ท้ายหรือเสนอความคิดในทางที่ไม่ดี
เขาเคยเห็นจางซิ่วเอ๋อด่าทอคนอื่นด้วยตาของเขาเอง! มันช่างรุนแรงยิ่งนัก! นางจะหน้าบางได้อย่างไร?
แต่เถี่ยเสวียนยังคงรู้สึกว่าการที่นายท่านถามเรื่องนี้อย่างปุบปับย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดี
เนี่ยหย่วนเฉียวหยุดฝีเท้าแล้วเอ่ยขึ้น “แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่านางมีคนในใจหรือไม่? ”
“เรื่องนี้ต้องอาศัยการสังเกตและหยั่งเชิง สังเกตดูว่าปกตินางติดต่อกับใครมาก ลองทดสอบดูว่านางสนใจใครมากกว่า หากนางมีคนในใจอยู่จริง ๆ ก็มักจะมองออกเสมอ” เถี