“พี่หลินมีอะไรเหรอครับ?”
อันจิ่งเทียนได้ยินก็รีบมาอยู่ตรงหน้าหลินอัน ชุดต่อสู้สีดำที่เดิมทีสะอาดสะอ้านเปื้อนเลือดเต็มไปหมด ไม่ไกลนัก ซากศพสองสามตัวนอนอยู่บนพื้น เขาหน้าซีดเผือด ยิ้มให้หลินอันอย่างฝืนๆ
หลินอันครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยๆ พูดขึ้น
“จิ่งเทียน…ต่อไปเราจะไปโรงเรียน ที่นั่นไม่เพียงแต่จะมีซอมบี้มากมาย และข้างในก็มีความเป็นไปได้สูงที่จะมีผู้ปลุกพลังอยู่ด้วย อย่างที่นายเห็นในวันนี้ บางครั้งอันตรายไม่ได้มาจากซอมบี้เท่านั้น ดังนั้น..”
“พี่หลิน”
“ผมรู้แล้ว ขอโทษครับ เป็นผมที่ถ่วงพี่”
“เป็นผมที่โง่เอง รู้ดีว่าตอนนี้เป็นวันสิ้นโลกแล้วแต่กลับไม่มีความระมัดระวังเลย”
อันจิ่งเทียนยิ้มขมขื่นขัดจังหวะคำพูดที่หลินอันอยากจะพูด ในแววตามีความหม่นหมอง
ความแข็งแกร่งของผู้ปลุกพลังเขาได้เห็นแล้ว เดิมทีเขายังคิดว่าตัวเองในฐานะทหาร พอจะช่วยหลินอันได้บ้าง แต่หลังจากเจอเรื่องเมื่อครู่แล้ว เขากลับรู้สึกว่าตัวเองราวกับเป็นขยะ
“เดี๋ยวผมจะแยกตัวออกไปเอง ไปหาจุดรวมพลังงานวิญญาณเพื่อเป็นผู้ปลุกพลัง”
“ผมรู้ว่าในทีมของเราจะไม่ทิ้งคนไร้ประโยชน์ไว้”
เขานึกถึงภาพที่หลิวซื่อหมิงถูกหลินอันปฏิเสธในวันนั้น ในใจก็รู้สึกขมขื่น
“จางเถี่ยบอกผมแล้วว่าที่ไหนยังมีจุดรวมพลังงานวิญญาณอยู่”
“หวังว่าผมจะรอดชีวิตกลับมาได้ ไม่เป็นภาระของพี่ สามารถช่วยพี่ได้”
โอกาสที่ผู้เล่นธรรมดาจะกลายเป็นผู้ปลุกพลังนั้นต่ำมาก แต่ขอเพียงได้รั