งสิ่งจากสีหน้าของจางซิ่วเอ๋อ
จางซิ่วเอ๋อได้ยินดังนั้นจึงรู้ตัว สรุปแล้วคุณชายฉินไม่ได้ถามถึงจางชุนเถา และไม่ได้ถามถึงใครอื่น แต่วันนั้นเขาเจอกับเนี่ยหย่วนเฉียว
จางซิ่วเอ๋อรีบอธิบาย “เขาเป็นแค่สหายคนหนึ่งของข้าเท่านั้น”
นางไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าตนแอบเลี้ยงชายชู้หรอกนะ ชื่อเสียงแบบนี้ฟังแล้วไม่เข้าหูเอาเสียเลย
คุณชายฉินได้ยินดังนั้นก็คลี่ยิ้มบาง “แค่สหายหรือ?”
“แล้วจะเป็นอะไรอย่างอื่นไปได้เล่า? ข้าขอเตือนไว้นะ ท่านอย่าได้คิดเป็นอื่นไกล ถึงแม้ข้าจะเป็นแม่ม่าย แต่ข้ารักนวลสงวนตัวมาตลอด อย่ามาพูดจาด้วยน้ำเสียงกระแนะกระแหนเช่นนี้กับข้า” จางซิ่วเอ๋อรู้สึกว่าน้ำเสียงของคุณชายฉินนั้นฟังดูพิกลยิ่ง
คุณชายฉินหรี่ตา “ข้ายังไม่ได้ว่าอะไรเลย เจ้าจะอารมณ์เสียทำไมกัน เจ้ากังวลมากเลยหรือว่าข้าจะมองเจ้าอย่างไร?”
ทันใดนั้น จางซิ่วเอ๋อก็จ้องคุณชายฉินตาเป็นมันและไม่พูดไม่จา
คุณชายฉินชักรู้สึกขนลุกกับสายตาของจางซิ่วเอ๋อ “เจ้ามองข้าแบบนี้ทำไม?”
และตอนที่คุณชายฉินกำลังเข้าใจว่าในสายตาของจางซิ่วเอ๋อนั้นมีเพียงตน หรืออาจถึงขั้นไม่สามารถละสายตาจากตนได้นั้นเอง
อยู่ ๆ จางซิ่วเอ๋อก็คลี่ยิ้มพลางกล่าว “คุณชายฉิน ที่ฟันท่านมีกุยช่ายติด”
………………………………………………………………………………………………………………………….
สารจากผู้แปล
นั่นแน่ คุณชายหวั่นไหวกับน้องล่ะสิ
แต่พอตอนท้ายก็คือจังหวะโบ๊ะบ๊ะสุด ฝันสลายเลยล่ะสิคุณชาย
ไหหม่า(海馬)