้งทำเป็นคนดีหรอก!”
แม่โจวอึกอัก เอ่ยเสียงแผ่ว “พี่สะใภ้สาม”
แม่เถาเลิกคิ้ว “เจ้าไม่ต้องมาเรียกข้าว่าพี่สะใภ้! ถ้าเจ้าเห็นว่าข้าเป็นพี่สะใภ้ของเจ้าจริง ๆ ต้องไม่ทำให้เป่าเกินลำบากแบบนี้สิ”
จางซิ่วเอ๋อยิ้มเย็น “ป้าสาม ท่านพูดแบบนี้มันน่าเสียใจนะ ข้าเป็นเด็ก ความจริงคำพูดแบบนี้ข้าไม่ควรพูด แต่ท่านทำเกินไปจริง ๆ จางเป่าเกินลูกชายท่านเกือบทำให้ลูกในท้องแม่ข้าหลุดนะ แม่ข้าไม่ส่งตัวจางเป่าเกินไปศาลก็ถือว่าให้ทำดีที่สุดแล้ว แบบนี้ยังถือว่าทำให้จางเป่าเกินลำบากอีกเหรอ?”
“ถ้าไม่ใช่เพราะคนจากบ้านยายข้ามา แม่ข้าอาจถูกพวกเจ้ารังแกจนตายเลยก็ได้!” จางซิ่วเอ๋อกัดฟันพูด
แม่เถาอ้าปากจะพูดอะไรอีก แต่ผู้ใหญ่บ้านซ่งก็กล่าวขึ้นอย่างรำคาญ “พอได้แล้ว เจ้าจะพูดอะไรอีก? ยังมีหน้าพูดอะไรอีก? เป่าเกินอายุน้อยอาจจะยังไม่รู้เรื่อง แต่เขาไม่รู้เรื่องแล้วเจ้าก็ไม่รู้เรื่องรึ? ที่เด็กคนนี้กลายเป็นแบบนี้ก็เอาอย่างเจ้านั่นแหละ!”
“ไหนจะแม่เฒ่าจางอีก ลูกชายสองคนของเจ้าก่อความวุ่นวายขนาดนี้ ทำไมเจ้าไม่รู้จักสั่งสอนบ้าง?” ผู้ใหญ่บ้านซ่งมองแม่เฒ่าจางอย่างดูแคลนยิ่งขึ้น
แม่เฒ่าจางเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านซ่งพูดเช่นนี้ แล้วหันมองทุกคนที่กำลังว่านางอยู่พลันรู้สึกเสียหน้าขึ้นมา
นางเลิกคิ้วสูงและหันไปตำหนิแม่เถา “แม่เถานังจอมสร้างเรื่อง! ข้าทำอะไรผิดต่อเจ้ารึ? เจ้าถึงอยากให้หลานชายข้าหลุด!”
แม่เถาตะลึงเล็กน้อย โดนคนอื่นด่านางไม่รู้ส