าไม่รู้อะไร สตรีผู้นี้ไม่คู่ควรที่จะเป็นฮูหยินน้อยของตระกูลเนี่ยเราเลยสักนิด”
“ข้าก็ไม่ได้อยากเป็นนักหรอกเจ้าค่ะ” จางซิ่วเอ๋อแค่นเสียงเย็น
“เจ้าดูสิ นางไร้การอบรมถึงเพียงนี้ กับผู้ใหญ่ยังจะเถียงคำไม่ตกฟาก!” ฮูหยินเนี่ยชี้จางซิ่วเอ๋อและกล่าว
จางซิ่วเอ๋ออดมองฮูหยินเนี่ยด้วยสายตาดูแคลนไม่ได้ “ข้าว่าท่านช่างไร้เหตุผลเสียจริง ขนาดท่านยังไม่เห็นข้าเป็นคนของตระกูลเนี่ยเลย แล้วไฉนมาขอให้ข้าปฏิบัติต่อท่านเหมือนปฏิบัติต่อผู้ใหญ่?”
“พูดแบบนี้ก็ถูก เป็นผู้ใหญ่ก็ต้องทำตัวให้เหมือนผู้ใหญ่ จึงจะได้รับการเคารพจากเด็ก ๆ” เนี่ยเฟิ่งหลินหัวเราะ
เห็นสองคนนี้เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยแล้ว ฮูหยินเนี่ยก็ชักจะสงสัยแล้วว่าสองคนนี้นัดกันมายั่วโมโหตัวเองหรือเปล่า!
“ที่สำคัญที่สุดคือนางไม่รู้จักสงวนตัว ตระกูลเนี่ยของเราไม่ต้องการคนสภาพแบบนี้หรอก!” ฮูหยินเนี่ยแค่นเสียงเย็น
จางซิ่วเอ๋อเอ่ยขึ้นทันควัน “ท่านอย่ามาใส่ความผู้อื่นนะ! ข้าไม่สงวนตัวตรงไหนกัน พวกท่านเห็นกับตาหรือว่าอย่างไร?”
“ไม่ได้เห็นกับตาหรอก แต่ย่าของเจ้ามาหาพวกเราด้วยตัวเอง ขอให้พวกเราช่วยสั่งสอนเจ้าให้ดี!” ฮูหยินเนี่ยแค่นเสียงเย็น
จางซิ่วเอ๋อได้ยินมาถึงตรงนี้แล้วโกรธจนควันออกหู
มิน่าล่ะ!
ตามหลักแล้วคนตระกูลเนี่ยพวกนี้ไม่เห็นหัวคนตัวเล็ก ๆ อย่างนางหรอก ตั้งแต่ที่พวกเขาโยนนางออกจากตระกูลเนี่ยแล้วก็ต้องอยากขีดเส้นแบ่งแยกนางออกไป เวลานี้จะเสียแรงเสียเวล